วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

"อุมัร" บุรุษ​ผู้​ไม่เหมือนใครและไม่มี​ใครเหมือน​


"อุมัร" บุรุษ​ผู้​ไม่เหมือนใครและไม่มี​ใครเหมือน​

นักประวัติศาสตร์​ได้มีการจดบันทึก​เรื่องราว​ชีวประวัติ​ของคอลีฟะหฺ​ อุมัร​ อิบน์​ คอฏฏอบ​ ไว้ว่า​ เป็นคนที่​เด็ดขาด​ หนักแน่น​และแข็งแกร่ง

- ครั้งหนึ่ง​ท่านได้แจกจ่ายอาหาร​ให้​แก่​ชาวเมือง​มาดีน่า​ พลันเหลือบ​ไปเห็น​ชายคนหนึ่ง​กำลัง​รับประทาน​อาหาร​ด้วย​มือซ้าย​ ด้วยบุคลิก​ของท่านเมื่อ​เห็นอะไร​ที่ผิดหูผิดตาไม่ได้​ เป็น​ต้องตักเตือน​นาสิหัด​ทันที​ จึงเดิน​เข้าไปหาชายผู้นั้น​จากทางด้านหลัง

: โอ้​ บ่าวของอัลลอฮฺ​ จงรับประทาน​อาหาร​ด้วยมือขวาเถิด
: ไม่​ ข้าไม่สามารถ​ทำแบบนั้นได้

แล้วอุมัรก็ทวนคำตักเตือน​ เป็น​ครั้ง​ที่​สองและ​สาม​ แต่คำตอบ​ที่ได้มาก็เหมือนเดิม

: ทำไมล่ะ.... ทำไม่เจ้าถึง​ทำอย่างที่ฉัน​บอกไม่ได้?
: เหตุ​เกิดเมื่อตอนที่ข้าเป็น​ทหาร​ใน​"สมรภูมิ​มุตะหฺ" มือข้าโดนกระบี่​ฟาด​จนมันใช้การไม่ได้​นับตั้งแต่​วันนั้น​ เป็น​ต้นมา

แล้วอุมัรก็นั่งลงข้างๆชายผู้นั้น​ น้ำใสๆจากดวงตาก็เอ่อ​ล้น​ออกมา​ราวห่าฝน
:แล้วใครเล่าจะอาบน้ำละหมาด​ให้เจ้า?
:ใครเล่าจะซักเสื้อผ้า​ให้​เจ้า?
:ใครจะคอยล้าง​หน้า​ล้าง​ตา​ให้เจ้า?
: แล้วใครเล่า.... แล้วใคร.....​แล้วใคร​????

อุมัรยังคง​รำพึง​รำพัน​ออกมา​อย่า​งไม่หยุดหย่อน​ ทุกครั้ง​ที่เอ่ย​คำถาม​ คือทุกครั้ง​ที่น้ำตาก็ไหล​ริน​ออกมา​ ท่านสั่ง​ให้​คนของท่าน​ไปคอยรับใช้​ชายผู้นั้น​ นำอาหารและเครื่องนุ่งห่ม​ไปให้ เพราะ​อย่าง​น้อย​สิ่งที่ท่านทำไปอาจทำให้ชายผู้นั้น​ให้อภัย​ท่าน​ ในฐานะผู้นำ​ที่ล่าช้า​ในการช่วยเหลื​อ​ประชาชน​ของตัวเอง

เช่นนี้​แหล่ะ... การร่างรัฐธรรมนูญ​จึง​เกิด​ขึ้น

อุมัรมักออกตระเวนทั่ว​เมือง​มาดีน่าในยามวิกาล​ ไม่เพียงแค่ตรวจสอบ​การทุจริต​เท่านั้น​แต่​เพื่อตรวจสอบ​ถึงชีวิต​ความเป็นอยู่​ของประชาชน​อีกด้วย

- ในค่ำคืน​หนึ่ง​ ขณะที่​อุมัรกำลัง​ลาดตระเวน​อยู่​นั้นบังเอิญ​ได้ยิน​เสียง​ของสตรีนางหนึ่ง​ กำลัง​รำพึง​และ​พรรณนา​ถึง​คนรักของนาง​ผ่านบทกวี​ที่สุดแสนทรมาน​ปนโรแมนติก​ อย่าง​สุด​ซึ้ง

ท่าน​อุมัรเข้าไปใกล้บ้านของนางแล้วถามนางจากนอกบ้านว่า.....
: มันเกิดอะไรกับเขา(สามี)​เรอแม่นาง?
: เขาจากฉันไปเพื่อไปเข้าร่วมในกองทัพเมื่ิอหลายเดือนก่อน​ ใจฉันทรมานและคิดถึง​เขาจับใจ

อุมัรรีบสาวเท้าออกจากบ้านของนางแล้วเดินตรงไปยังบ้านของ​"ท่านหญิงฮัฟเซาะหฺ" ผู้​เป็น​บุตรี​
: ผู้หญิง​จะทนต่อความคิดถึง​คนรักได้มากที่​สุดนาน​แค่ไ​หน​กัน?
อุมัรถามบุตรีแบบตรงไปตรงมา​ จนบุตรีหน้าแดง​ก่ำเพราะ​ความเขินอาย​ เมื่อเห็น​เช่นนั้น​ท่านจึงกล่าว​กับหล่อน​ว่า
: อย่าอายที่จะพูดความจริงเลยลูกรัก​ ​ที่พ่อถามเจ้า​ มันไม่ใช่เพื่ออื่นใด​ นอกจากเรื่องนั้นคือเรื่อง​ที่สำคั​ญ​และเพื่อความผาสุขของ​ราษฎร
: 4 เดือน​ หรือ5-6 เดือน​ ประมาณ​นั้น
หล่อนกล่าวตอบผู้เป็นบิดา

เมื่อได้ยินคำตอบอุมัรรีบกลับไปยังห้องทำงานแล้วร่างกฏหมาย​ปกป้องสตรีแล้วส่งไปยังฐานทัพ​ต่างๆ ใจความว่า "ห้ามกองทัพกักบริเวณ​เหล่าทหาร​เกินกว่า​4เดือน" คือ4เดือนทำงานรับใช้ชาติ​ จากนั้น​สามารถ​กลับไปหาลูกเมียได้แล้ว​เข้ามาอยู่​ในกองทัพ​ต่อในภายหลัง​ตามระยะเวลา​ที่ทางการ​กำหนด​ไว้

เช่นนี้แหล่ะ.... การร่างรัฐธรรมนูญ​จึงเกิดขึ้น
เพียง​แค่คำพรรณ​นาจากแม่นาง​เพียง​คนเดียว​และคำตอบจากบุตรี​ ก็เพียงพอ​แล้ว​ที่เขาจะร่างกฏหมายเพื่อ​สตรี

- กฏหมายปกป้องเด็กและเยาวชน
ในคืนหนึ่ง​ท่านอุมัรออกลาดตระเวนตามเคย​ ณ​ บ้านหลังหนึ่ง​ท่านได้เสียง​เด็กร้องไห้​ ด้วย​ความ​สงสัย​จึงเดินเข้าไปใกล้แล้วตะโกน​ถามคนในบ้านว่าเกิดอะไรขึ้น?
: ฉันกำลัง​อย่านมให้ลูกอยู่จ้ะ
แม่ของเด็กกล่าวออกมาจากในตัวบ้าน​ทันที​ที่รู้​ว่าเป็น​ท่านผู้นำ
มันเป็นเรื่องปกติ​ที่เด็กมักจะร้องไห้​เมื่อถูกอย่านม​ แต่อุมัรยังไม่พอใจจึงไต่สวน​แม่ของเด็กจนได้ความ​ว่า​ หล่อนอย่านมลูกก่อนถึงกำหนด​เพียง​เพราะ​ต้องการเงินจำนวน​100 ดิรฮัมจากรัฐหรือบัยตุลมาล​ที่จะให้เด็กเมื่อตอนอย่านม มาจุ่นเจือ​ครอบครัว​ที่ขัดสน

เมื่ิิออุมัรกลับบ้าน​ท่านนอนไม่หลับ​คิดแต่เรื่องของแม่ลูกอ่อนคนนั้น​ จึงลุกจากที่นอน​ตรงไปยังที่ทำงาน​แล้ว​ ท่าน​ก็.....
ร่างกฏหมาย​คุ้มครอง​เด็ก​ ใจความ​ว่า​ "เด็กทารกที่เกิด​มาจะได้รับเงินช่วยเหลือ​จากรัฐตั้งแต่วันกำเนิด​ ไม่ใช่หลังจาก​ที่อย่านม"

แล้วกฏหมายก็กลาย​เป็นวาระแห่งชาติ​ ถ้าไม่ใช่​เพราะท่านอุมัรไถ่ถาม​แม่ลูกอ่อน​ท่านก็คงไม่ร่างกฏหมายปกป้องสิทธิ​เด็กตั้งคลอดออกมาดูโลก​ มัน​อาจเป็นเรื่อง​เล็กน้อยสำหรับ​บางคน​ แต่มันยิ่งใหญ่เสมอสำหรับท่านอุมัร​ ถ้าสิ่งนั้นคือเรื่องที่้เกี่ยวกับ​ราษฎร

เช่นนั้นแหล่ะ​ รัฐธรรมนูญ​ปกป้องสิทธิ​เด็กถูกร่างขึ้น

- อุมัรมีน้องชายที่ท่านรักมากที่สุด​ นามว่าซัยดฺ​ แต่ถูกฆ่าตายในสงครามริดดะ​ ครั้งหนึ่ง​ขณะที่ท่านจับจ่าย​ซื้อ​ของอยู่ในตลาด​ บังเอิญ​ประจัญ​หน้าแบบ​ตาต่อตา​ฟัน​ต่อ​ฟัน​กับ​มือสังหาร​ ผู้​ที่ฆ่าน้องชายของตัวเอง​ในสงคราม​ ซึ่งได้กลับเนื้อกลับตัว​ในถายหลัง​สงคราม​ อุมัรไม่โกรธ​เคือง​มือสังหารคนนั้น​ อีกทั้งยังให้คำมั่น​แก่ชายผู้นั้น​ว่าเขาจะไม่จับกุม​หรือขังคุก​หรืิอทำมิดีมิร้าย​ เพราะตอนนี้​ชายผู้นั้นกลายมาเป็น​ส่วน​หนึ่งของราษฎร​ที่ิอยู่ภายใต้​การปกครอง​ของ​ท่านอุมัร​ ที่มีสิทธิ และเสรีภาพ​ในการใช้ชีวิต​และการแสดง​ความคิดเห็น​ สิ่งที่อุมัรยื่น​ให้แก่ชายผู้นั้นคือการอดทน​ต่อความโกรธแค้น​แล้วนำไปสู่​การให้อภัย​โทษ​ในสิ่งพลาดพลั้ง​ที่ผ่านมา​ในอดีต

เช่นนี้แหล่ะ​...... การร่างรัฐธรรมนูญ​จึงเกิดขึ้น
ตามความประสงค์​ของราษฎร​(ตราบใดที่ไม่ขัดกับหลักการ​ศาสนา)​และการมี​ศักยภาพ​ของผู้นำที่มีชีวิต​และความรู้สึก​ เจ็บปวด​ เศร้า​ หรือสุข​ ตามความรู้สึก​ของประชาชน​

ความเป็นอยู่​ของคนในสังคม​คือแหล่งกำเนิด​ของกฏและเกณฑ์​การใช้ชีวิต​อยู่ร่วมกัน​ไม่ใช่​บ่อเกิด​แห่งอำนาจ​หรืออิทธิพล​ด้านมืด​ เพราะอุมัรตระหนัก​อยู่​เสมอว่า​การได้ครองเก้าอี้​ผู้นำแห่ง​อาณาจักร​อิสลาม​นั้น​ ไม่ใช่​ตำแหน่ง​หรือ​ยศถาบรรดาศักดิ์​ที่ใคร​ๆต่างภาคภูมิใจ​ แต่มันคือหน้าที่​และความรับผิดชอบ​ที่หนักหน่วง​ หากท่านบกพร่อง​ในหน้าที่แล้ว​.... ท่านจะต้องไปตอบคำถาม​ต่อหน้า​พระผู้อภิบาล​แห่ง​สากลโลกในวันแห่ง​การฟื้นคืนชีพ.

"อุมัร" บุรุษ​ผู้​ไม่​เหมือน​ใคร​และ​ไม่มี​ใคร​เหมือน​

อ้างอิง​ :
من لا يعرف تاريخ لايستطيع صناعة المستقبل

ในภาพอาจจะมี ข้อความ
รูปจากgoogle


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บาบซูไวละ" หรือประตูแห่งมูตาวาลีย์ คือ​1ใน​3ประตู​เมืองอันเก่าแก่ที่งดงาม​และมีเสน่ห์​ที่สุดในอียิปต์​ ทียังคงหลงเหลือ​อยู่ให้ได...