▼
"อุมัร" บุรุษผู้ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
"อุมัร" บุรุษผู้ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนนักประวัติศาสตร์ได้มีการจดบันทึกเรื่องราวชีวประวัติของคอลีฟะหฺ อุมัร อิบน์ คอฏฏอบ ไว้ว่า เป็นคนที่เด็ดขาด หนักแน่นและแข็งแกร่ง- ครั้งหนึ่งท่านได้แจกจ่ายอาหารให้แก่ชาวเมืองมาดีน่า พลันเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังรับประทานอาหารด้วยมือซ้าย ด้วยบุคลิกของท่านเมื่อเห็นอะไรที่ผิดหูผิดตาไม่ได้ เป็นต้องตักเตือนนาสิหัดทันที จึงเดินเข้าไปหาชายผู้นั้นจากทางด้านหลัง
: โอ้ บ่าวของอัลลอฮฺ จงรับประทานอาหารด้วยมือขวาเถิด
: ไม่ ข้าไม่สามารถทำแบบนั้นได้
แล้วอุมัรก็ทวนคำตักเตือน เป็นครั้งที่สองและสาม แต่คำตอบที่ได้มาก็เหมือนเดิม
: ทำไมล่ะ.... ทำไม่เจ้าถึงทำอย่างที่ฉันบอกไม่ได้?
: เหตุเกิดเมื่อตอนที่ข้าเป็นทหารใน"สมรภูมิมุตะหฺ" มือข้าโดนกระบี่ฟาดจนมันใช้การไม่ได้นับตั้งแต่วันนั้น เป็นต้นมา
แล้วอุมัรก็นั่งลงข้างๆชายผู้นั้น น้ำใสๆจากดวงตาก็เอ่อล้นออกมาราวห่าฝน
:แล้วใครเล่าจะอาบน้ำละหมาดให้เจ้า?
:ใครเล่าจะซักเสื้อผ้าให้เจ้า?
:ใครจะคอยล้างหน้าล้างตาให้เจ้า?
: แล้วใครเล่า.... แล้วใคร.....แล้วใคร????
อุมัรยังคงรำพึงรำพันออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ทุกครั้งที่เอ่ยคำถาม คือทุกครั้งที่น้ำตาก็ไหลรินออกมา ท่านสั่งให้คนของท่านไปคอยรับใช้ชายผู้นั้น นำอาหารและเครื่องนุ่งห่มไปให้ เพราะอย่างน้อยสิ่งที่ท่านทำไปอาจทำให้ชายผู้นั้นให้อภัยท่าน ในฐานะผู้นำที่ล่าช้าในการช่วยเหลือประชาชนของตัวเอง
เช่นนี้แหล่ะ... การร่างรัฐธรรมนูญจึงเกิดขึ้น
อุมัรมักออกตระเวนทั่วเมืองมาดีน่าในยามวิกาล ไม่เพียงแค่ตรวจสอบการทุจริตเท่านั้นแต่เพื่อตรวจสอบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอีกด้วย
- ในค่ำคืนหนึ่ง ขณะที่อุมัรกำลังลาดตระเวนอยู่นั้นบังเอิญได้ยินเสียงของสตรีนางหนึ่ง กำลังรำพึงและพรรณนาถึงคนรักของนางผ่านบทกวีที่สุดแสนทรมานปนโรแมนติก อย่างสุดซึ้ง
ท่านอุมัรเข้าไปใกล้บ้านของนางแล้วถามนางจากนอกบ้านว่า.....
: มันเกิดอะไรกับเขา(สามี)เรอแม่นาง?
: เขาจากฉันไปเพื่อไปเข้าร่วมในกองทัพเมื่ิอหลายเดือนก่อน ใจฉันทรมานและคิดถึงเขาจับใจ
อุมัรรีบสาวเท้าออกจากบ้านของนางแล้วเดินตรงไปยังบ้านของ"ท่านหญิงฮัฟเซาะหฺ" ผู้เป็นบุตรี
: ผู้หญิงจะทนต่อความคิดถึงคนรักได้มากที่สุดนานแค่ไหนกัน?
อุมัรถามบุตรีแบบตรงไปตรงมา จนบุตรีหน้าแดงก่ำเพราะความเขินอาย เมื่อเห็นเช่นนั้นท่านจึงกล่าวกับหล่อนว่า
: อย่าอายที่จะพูดความจริงเลยลูกรัก ที่พ่อถามเจ้า มันไม่ใช่เพื่ออื่นใด นอกจากเรื่องนั้นคือเรื่องที่สำคัญและเพื่อความผาสุขของราษฎร
: 4 เดือน หรือ5-6 เดือน ประมาณนั้น
หล่อนกล่าวตอบผู้เป็นบิดา
เมื่อได้ยินคำตอบอุมัรรีบกลับไปยังห้องทำงานแล้วร่างกฏหมายปกป้องสตรีแล้วส่งไปยังฐานทัพต่างๆ ใจความว่า "ห้ามกองทัพกักบริเวณเหล่าทหารเกินกว่า4เดือน" คือ4เดือนทำงานรับใช้ชาติ จากนั้นสามารถกลับไปหาลูกเมียได้แล้วเข้ามาอยู่ในกองทัพต่อในภายหลังตามระยะเวลาที่ทางการกำหนดไว้
เช่นนี้แหล่ะ.... การร่างรัฐธรรมนูญจึงเกิดขึ้น
เพียงแค่คำพรรณนาจากแม่นางเพียงคนเดียวและคำตอบจากบุตรี ก็เพียงพอแล้วที่เขาจะร่างกฏหมายเพื่อสตรี
- กฏหมายปกป้องเด็กและเยาวชน
ในคืนหนึ่งท่านอุมัรออกลาดตระเวนตามเคย ณ บ้านหลังหนึ่งท่านได้เสียงเด็กร้องไห้ ด้วยความสงสัยจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วตะโกนถามคนในบ้านว่าเกิดอะไรขึ้น?
: ฉันกำลังอย่านมให้ลูกอยู่จ้ะ
แม่ของเด็กกล่าวออกมาจากในตัวบ้านทันทีที่รู้ว่าเป็นท่านผู้นำ
มันเป็นเรื่องปกติที่เด็กมักจะร้องไห้เมื่อถูกอย่านม แต่อุมัรยังไม่พอใจจึงไต่สวนแม่ของเด็กจนได้ความว่า หล่อนอย่านมลูกก่อนถึงกำหนดเพียงเพราะต้องการเงินจำนวน100 ดิรฮัมจากรัฐหรือบัยตุลมาลที่จะให้เด็กเมื่อตอนอย่านม มาจุ่นเจือครอบครัวที่ขัดสน
เมื่ิิออุมัรกลับบ้านท่านนอนไม่หลับคิดแต่เรื่องของแม่ลูกอ่อนคนนั้น จึงลุกจากที่นอนตรงไปยังที่ทำงานแล้ว ท่านก็.....
ร่างกฏหมายคุ้มครองเด็ก ใจความว่า "เด็กทารกที่เกิดมาจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐตั้งแต่วันกำเนิด ไม่ใช่หลังจากที่อย่านม"
แล้วกฏหมายก็กลายเป็นวาระแห่งชาติ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านอุมัรไถ่ถามแม่ลูกอ่อนท่านก็คงไม่ร่างกฏหมายปกป้องสิทธิเด็กตั้งคลอดออกมาดูโลก มันอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่มันยิ่งใหญ่เสมอสำหรับท่านอุมัร ถ้าสิ่งนั้นคือเรื่องที่้เกี่ยวกับราษฎร
เช่นนั้นแหล่ะ รัฐธรรมนูญปกป้องสิทธิเด็กถูกร่างขึ้น
- อุมัรมีน้องชายที่ท่านรักมากที่สุด นามว่าซัยดฺ แต่ถูกฆ่าตายในสงครามริดดะ ครั้งหนึ่งขณะที่ท่านจับจ่ายซื้อของอยู่ในตลาด บังเอิญประจัญหน้าแบบตาต่อตาฟันต่อฟันกับมือสังหาร ผู้ที่ฆ่าน้องชายของตัวเองในสงคราม ซึ่งได้กลับเนื้อกลับตัวในถายหลังสงคราม อุมัรไม่โกรธเคืองมือสังหารคนนั้น อีกทั้งยังให้คำมั่นแก่ชายผู้นั้นว่าเขาจะไม่จับกุมหรือขังคุกหรืิอทำมิดีมิร้าย เพราะตอนนี้ชายผู้นั้นกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของราษฎรที่ิอยู่ภายใต้การปกครองของท่านอุมัร ที่มีสิทธิ และเสรีภาพในการใช้ชีวิตและการแสดงความคิดเห็น สิ่งที่อุมัรยื่นให้แก่ชายผู้นั้นคือการอดทนต่อความโกรธแค้นแล้วนำไปสู่การให้อภัยโทษในสิ่งพลาดพลั้งที่ผ่านมาในอดีต
เช่นนี้แหล่ะ...... การร่างรัฐธรรมนูญจึงเกิดขึ้น
ตามความประสงค์ของราษฎร(ตราบใดที่ไม่ขัดกับหลักการศาสนา)และการมีศักยภาพของผู้นำที่มีชีวิตและความรู้สึก เจ็บปวด เศร้า หรือสุข ตามความรู้สึกของประชาชน
ความเป็นอยู่ของคนในสังคมคือแหล่งกำเนิดของกฏและเกณฑ์การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไม่ใช่บ่อเกิดแห่งอำนาจหรืออิทธิพลด้านมืด เพราะอุมัรตระหนักอยู่เสมอว่าการได้ครองเก้าอี้ผู้นำแห่งอาณาจักรอิสลามนั้น ไม่ใช่ตำแหน่งหรือยศถาบรรดาศักดิ์ที่ใครๆต่างภาคภูมิใจ แต่มันคือหน้าที่และความรับผิดชอบที่หนักหน่วง หากท่านบกพร่องในหน้าที่แล้ว.... ท่านจะต้องไปตอบคำถามต่อหน้าพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ.
"อุมัร" บุรุษผู้ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
อ้างอิง :
من لا يعرف تاريخ لايستطيع صناعة المستقبل
 |
| รูปจากgoogle |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น