วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ตำนาน มนุษย์นินจา แห่งดินแดนอินทผาลัม


ตำนาน มนุษย์นินจา
แห่งดินแดนอินทผาลัม
ปลายศตวรรษ ที่ 1 แห่งฮิจเราะศักราช ช่วงสมัยแห่งการบุกเบิกของอิสลาม ในภาษาอาหรับเรียกว่าً"عصر الفتوحات الإسلامية"ณ ป้อมปราการ แห่งหนึ่ง ในเขตการปกครองของโรมัน กองทัพแห่งราชวงค์ อูมาวีย์ นำโดย มัสลามัต บุตร อัลดุลมาลิก ได้ทำการปิดล้อมไว้ แบบว่าคนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า ทุกๆวัน กองทัพอูมาวีย์ พยายามที่จะบุกเข้าไปข้างในป้อมปราการ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ด้วยกับประตูกำแพงที่แข็งแรง หนาและสูงมาก บวกกับทหารยามโรมันที่คอยรักษาความปลอดภัยกันอย่างแน่นหนา ซ้ำ ยังโดนยิงธนู ราวกับห่าฝน ระเบิดดินปืนบ้าง แต่กองทัพอูมาวีย์ ก็ไม่นิ่งเฉย รีบตอบโต้ แต่ก็เปล่าประโยชน์ เพราะฝ่ายโรมัน อยู่สูงกว่า และได้เปรียบมาก เหตุการณ์เริ่มเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ บางคนก็แทบจะสิ้นหวัง มองหาแต่ความล้มเหลว ในการพิชิตเมือง
แต่แล้วคืนหนึ่ง ใต้แสงจันทร์แห่งยามราตรี ค่ำคืนที่ผู้คนกำลังหลับไหล กันอย่างอ่อนเพลีย ปรากฏเงาของชายในชุดนักรบ(อูมาวีย์)คนหนึ่งที่ไม่เผยให้เห็นหน้าของตัวเอง ได้ทำภารกิจลับเพียงลำพัง คือการเจาะกำแพงป้อมปราการให้สามารถเข้าออกได้แค่คนเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้น การประจัญบานก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ชายผู้ที่ไม่เผยหน้าตัวเอง ได้ลอบเข้าไปในกำแพงและเปิดประตูป้อมปราการ ให้ทหารอูมาวีย์สามารถเข้ามาโจมตีด้านในป้อมปราการ จนสามมารถพิชิตป้องปราการของฝ่ายโรมันได้สำเร็จ เมื่อสงครามจบลง แม่ทัพ มัสลามัต ต้องการขอบคุณและตบด้วยรางวัลแห่งเกียติยศ แก่ชายปิดหน้าผู้ที่ไม่เผยให้เห็นหน้าตัวเอง ท่านจึงเรียกให้ออกมาพบท่าน ต่อหน้าแถว
ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่มีใครออกมาเลยสักคน ท่านจึงกล่าวว่า ขอให้ชายปิดหน้ามาหาฉัน ตอนไหนก็ได้ที่เขาต้องการ
แต่แล้วคืนหนึ่ง ในขณะที่แม่ทัพ มัสลามัต อยู่ในเต้นท์ของท่าน พลันเสียงฝีเท้าก็เดินเข้ามาหาท่านเป็นระยะๆและหยุดที่หน้าเต้นท์ ท่านจึงเอ๋ย ถามผู้มาเยือนว่า
"ท่านคือชายปิดหน้าคนนั้นใช่ไหม"
ผู้มาเยือนตอบว่า "ท่านสามารถพบชายปิดหน้าได้ แต่มีข้อแม้ สามประการ คือ
1.ท่านไม่อาจถามถึงชื่อของเขา
(เพราะต้องการให้การงานของเขา มีเพียงอัลลอฮฺเท่านั้นที่รู้)
2.ท่านไม่จำเป็นต้องขอบคุณเขา
(เพราะเขาทำเพื่ออัลลฮฺไม่ได้ทำเพื่อแม่ทัพ)
3.เขาไม่ได้ต้องการรางวัลใดๆ จากท่าน
(เพราะอัลลฮฺคือผู้ตอบแทนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน)"
พูดจบ ชายปิดหน้าก็เปิดม่านและเผยให้เห็นแค่ร่างในชุดนักรบ แต่ปิดบังใบหน้าเอาไว้ และพูดประโยคสุดท้ายก่อนจากไปว่า
"ใช่...ข้าคือชายปิดหน้าคนนั้น" แล้วเขาก็รีบวิ่งผ่าความมืดและหายเข้าไปปะปนในกองทัพอูมาวีย์
****ชายปิดหน้าได้กลายเป็นปริศนา ที่ใครๆมิอาจล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาเลยสักคน ยกเว้นอัลลอฮฺผู้ทรงรอบรู้และผู้ทรงปรีชาญาณ แม้ว่าชื่อของเขาไม่ได้ถูกจารึกในบันทึกประวัติศาสตร์ แต่การกระทำของเขาจะเป็นที่จดจำและเล่าสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
หลังจากที่ได้พบกับชายปิดหน้า ทุกครั้งที่ทำการละหมาด มัสลามัต แม่ทัพ แห่งอูมาวีย์ จะดูอาในละหมาดเสมอ ให้การงานของท่านเป็นเหมือน ชายปิดหน้า คือ อิคลาศ และบริสุทธิ์ ต่ออัลลฮฺตะอาลาแต่เพียงผู้เดียว



ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
รูปจากgoogle


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บาบซูไวละ" หรือประตูแห่งมูตาวาลีย์ คือ​1ใน​3ประตู​เมืองอันเก่าแก่ที่งดงาม​และมีเสน่ห์​ที่สุดในอียิปต์​ ทียังคงหลงเหลือ​อยู่ให้ได...