วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

"ผู้กุมรัศมีแห่งอิสลาม ในสังคมนิยมคอมมิวนิสต์"

ในภาพอาจจะมี 1 คน
รุปจากgoogle


"ผู้กุมรัศมีแห่งอิสลาม ในสังคมนิยมคอมมิวนิสต์"

ดร.อาลี อีเซตเบกอวิช (Alija izetbegovic') ประธานาธิบดี บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

เบกอวิช เกิดเมื่อปี คศ.1925 ในเมืองหนึ่งของบอสเนีย เติบโตมาในครอบครัวที่มีแนวคิดและอุดมการณ์อิสลาม ได้เข้าศึกษาในเมืองซาราเยโว ตั้งแต่ระดับ ประถมศึกษาจนถึงปริญญาเอก โดย ประวัติการศึกษามีดั่งต่อไปนี้
-คศ.1943 จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษ
-คศ.1950 จบการศึกษาในระดับปริญญาโท ด้านกฎหมาย
-ปี คศ.1962 จบการศึกษาในระดับปริญญาเอก
-ปี คศ.1964 จบการศึกษาในระดับปริญญาโท ใบที่2 ด้านเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ เบกอวิช สามารถ อ่าน เขียนและพูดได้หลายภาษา เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษ อีกทั้งใช้สำนวนได้ดียิ่ง ในภาษาอาหรับ เพียงเพราะเขาคิดว่า ภาษาอาหรับคือตัวกลางสำคัญที่เชื่อมระหว่างตัวเขาและศาสนา

เบกอวิช ในวัย16 ปี ถูกรัฐบาลคอมมิวนิสต์ จับกุมตัวและ จำคุก โทษฐานที่สนใจและ ให้ความสำคัญกับแนวคิดแบบอิสลาม ซึ่งอาจทำให้ระบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ สั่นคลอนได้ในอนาคต

เบกอวิช คือเด็กหนุ่ม อีกคนที่มีส่วนร่วมในการก่อตั้ง "องค์กร ยุวชนมุสลิม" ก่อตั้งขึ้นใน กรุงซาราเยโว (เมืองหลวงของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ในปัจจุบัน) เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านศาสนาและการเมือง

ปี คศ.1946 รัฐบาลคอมมิวนิสต์แห่ง สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยม ยูโกสลาเวีย ได้ทำการจับกุมตัว เบกอวิช และเพื่อนของเขา "นายนายิบ ชากิร" ด้วยข้อหา สมรู้ร่วมคิด ในการเผยแพร่ "หนังสือพิมพ์มูยาฮิด" หลังจาก ถูกปล่อยตัว ทางรัฐบาลได้กวาดล้าง และบีบบังคับใช้อำนาจในการต่อต้าน สมาชิกขององค์กรยุวชนมุสลิม

ปี คศ.1949 ด้วยอำนาจคอมมิวนิสต์ ได้พิพากษา ลงมติตัดสินคดี แขวนคอ สมาชิก องค์กรยุวชนมุสลิมจำนวน4คน อีกทั้ง ได้ทำการจับกุม สมาชิกขององค์กรจำนวนหลายชีวิต ในข้อหา มีแนวคิดแบบอิสลามนิยม

ในปี คศ.1983 เบกอวิช ถูกจับอีกครั้ง หลังจากที่เขียนและเผยแพร่ หนังสือ ที่มีชื่อว่า "ความเข้าใจในอิสลาม" เป็นเหตุทำให้ ถูกนำตัวขึ้น ศาลในกรุงซาราเยโว พร้อมนักคิดอีกจำนวน 12 ราย และถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 14 ปี แต่ถูกลดโทษและปล่อยตัว ในปี 1988

ย้อนไปใน ปี คศ.1900 ความโกลาหลใน ยูโกสลาเวีย ก็ปะทุขึ้น เมื่อรัฐต่างๆ พยายามประกาศเอกราชจากยูโกสลาเวีย เป็นเหตุทำให้ เกิดสงครามกลางเมืองใน โครเอเชียและสโลวีเนีย ต่อมา ทั้งสองประเทศก็ประกาศเอกราชได้สำเร็จ ในปี 1991

ต่อมารัฐบาล คอมมิวนิสต์แห่ง ยูโกสลาเวีย ก็ยอมรับให้มีพรรคการเมืองในประเทศเพิ่มมากขึ้น เบกอวิช เห็นเป็นโอกาส จึง ได้ก่อตั้งพรรคการเมืองทารกขึ้นมา ภายใต้ ชื่อ "พรรคทำเพื่อชาติ" ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงส่วนมากในบอสเนีย และในปีเดียวกัน เบกอวิช ก็ได้ดำรง ตำแหน่งประธานาธิบดีบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา จนถึง ปี คศ. 2000 ในระยะเวลาการปกครองประเทศ เบกอวิช สามารถ ปลดปล่อยและประกาศเอกราช ให้กับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา จากยูโกสลาเวียได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ โครเอเชียและสโลวีเนีย ที่กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้

กว่า 63% จากเสียงประชาชนมุสลิมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ที่ต้องการเอกราช จากยูโกสลาเวีย แต่ตะวันตกไม่ยินยอม จึงถือวิสาสะ ระดมทั้งอาวุธและทหาร เข้าทำลาย ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิม ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ทั้งประเทศถูกโจมตีรอบด้าน จากฝ่ายพันธมิตร เซิร์บ โครเอเชีย สโลวีเนีย และชาวคริสต์เตียนในยุโรปก็ รู้เห็นเป็นใจ ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมในครั้งนี้ (ถ้าดูแผนที่ จะเห็นบอสเนียอยู่ตรงกลาง ระหว่างประเทศเหล่านั้น) เพียงเพราะ ชาวบอสเนียเป็นมุสลิมและห่วงแหนต่ออิสลาม ยิ่งกว่าแก้วแหวนเงินทอง และจะไม่ยินยอมหากอิสลามต้องห่างหาย ไปจากแผ่นดิน ตามกาลเวลาหรือยุคสมัย

แล้วตะวันตกก็ฉีก บอสเนีย ให้ เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้สำเร็จ ราวกับหมาจิ้งจอกที่กัดกินเนื้อกระต่าย สีขาว ให้อาบไปด้วยเลือดสีแดงสด ผู้คนล้มตายมากเกินคณานับ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด หลังจากที่ โลกเพิ่งผ่านสงครามโลกครั้งที่2 ได้เพียงไม่นาน

อาลี อีเซตเบกอวิช ได้อุทิศตนทั้งชีวิต เพื่ออิสรภาพของประชาชนชาวบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
ได้เสียสละตนเพื่อ เอกราช ของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
ที่สำคัญคือเขาได้ดำรงไว้ซึ่งอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคออตโตมันเรืองอำนาจ เขาคือนักคิดนักวิเคราะห์ นักเขียนและนักการเมืองที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจใดๆ เว้นแต่อิสลาม

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีตามแบบฉบับอิสลาม เหนือคาบสมุทรบอลข่าน พิกัดที่รายล้อมไปด้วยชาติตะวันที่เกลียดชังต่ออิสลาม ภายใต้หน้ากากเผด็จการคอมมิวนิสต์ เขาเป็นเหมือนหอคอย ที่สูงตระหง่านในแผ่นดินยุโรป โดดเด่นราวกับดาวบนท้องฟ้า สวยสง่าดั่งไข่มุก ท่ามกลางความมืดมนใต้ท้องธารา

เบกอวิช ได้พยายามทุกวิธีทางเพื่อให้อิสลามสูงส่ง ยืนยง และกลับสู่วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม อย่างที่เคยเป็นมาในอดีต

ปี 1993 เบกอวิช ได้รับพระราชทานรางวัลเกียรติยศ นานาชาติ กษัตริย์ไฟซอล ในการรับใช้อิสลาม และรางวัลนักคิดอิสลาม
เบกอวิช ในวัย78 ปี ได้กลับสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ เมื่อ วันอาทิตย์ ที่19 เดือนตุลาคม ปี คศ.2003

ครั้งหนึ่ง นักข่าวได้มาขอสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวชีวิต เบกอวิช จึงกล่าวประโยค ที่กระตุ้นเส้นประสาท คนฟัง แทนการเล่าถึงชีวประวัติของตัวเอง ว่า
"อย่าถามถึงชีวิตฉัน.....เพราะขณะนี้โลกอิสลามกำลังเผชิญกับความล้าหลัง.....มาเถิด...เรามาร่วมกันสถาปนาอิสลาม ให้กลับมารุ่งเรือนอีกครั้งเถิด"

ขออัลลอฮฺ ทรงอภัยโทษและเมตตา ท่านประธานาธิบดี วีรบุรุษแห่ง บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ผู้นี้ด้วยเถิด อามีน

อ้างอิง : مؤرخ اسلامي
د. طارق السويدان
แปล : Al-qalam Cairo


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บาบซูไวละ" หรือประตูแห่งมูตาวาลีย์ คือ​1ใน​3ประตู​เมืองอันเก่าแก่ที่งดงาม​และมีเสน่ห์​ที่สุดในอียิปต์​ ทียังคงหลงเหลือ​อยู่ให้ได...