วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ผู้พลีชีพเพื่อเสียงอะซาน

ในภาพอาจจะมี 3 คน
ภาพจากgoogle


ผู้พลีชีพเพื่อเสียงอะซาน

"อัดนาน แมนดารีส" นายกรัฐมนตรี ตรุกี จากพรรคประชาธิปไตย ที่ผ่านการเลือกตั้งโดยประชาชน ในปี คศ.1950 ด้วยนโยบาย เช่นดังต่อไปนี้...
1.อนุญาตให้อะซานเป็นภาษาอาหรับ
2.อนุญาตให้ชาวเติร์กไปประกอบพิธีฮัจญ์
3.อนุญาตให้ทำการเรียนการสอนศาสนาในสถานศึกษา
4.ยกเลิกกฎหมายที่ว่าด้วยการแต่งกายของสตรีมุสลิม
5. เคารพในสิทธิและเสรีภาพในทุกๆ ลักธิและศาสนา

และแล้วปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ที่ เขย่าทั่วทั้งแผ่นดินตุรกี ได้บังเกิดขึ้น เมื่อ พรรคประชาธิปไตย ชนะการเลือกตั้ง ด้วย 318 ที่นั่ง ในสภา ในขณะที่พรรคอัตตาเติร์ก (ซึ่ง ครองเก้าอี้ ผู้บริหารประเทศมาตลอด)ได้เพียงแค่ 32 ที่นั่งในสภา เท่านั้น

อัดนาน แมนดารีส จึงได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมี "ยาลาล บายาร" หัวหน้าพรรคประชาธิปไตย เป็นประธานาธิบดีตุรกี ในขณะนั้น

อัดนาน แมนดารีส เริ่มดำเนิน นโยบายที่เคยรับปากไว้กับประชาชนก่อนการเลือกตั้ง "โดยงานแรก จัดขึ้นในเดือนรอมฎอน
- ได้มีการแจกจ่ายอาหารและของขวัญ สำหรับเดือนรอมฎอน
- เริ่มอะซานเป็นภาษาอาหรับ (จากเดิมที่อะซานเป็นภาษาตุรกี)
-ให้อิสระแก่สตรีมุสลิมในการใส่ผ้าคลุมผม (เพราะก่อนหน้านี้ ห้ามสตรีใส่คลุมผม)
- อนุญาตให้มีการเรียนการสอนศาสนา และสร้างมัสยิดในชุมชน(การเรียนศาสนาเป็นสิ่งต้องห้าม ในสมัยรัฐบาลอัตตาเติร์ก)"

4 ปี ต่อมา ในปี คศ. 1954 ได้มีการเลือกตั้งใหม่ แมนดารีส ส่งเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ผลที่ออกมาคือ เขาชนะขาดลอย ในการเลือกตั้ง สมัยที่2 โดยได้คะแนนมากกว่ารอบแรก

นโยบายของเขา หลังจากชนะการเลือกตั้งในสมัยที่2 ประสบความสำเร็จอย่างมาก เช่นนโยบายที่ว่า.....
- อนุญาตให้มีการเรียนการสอน ภาษาอาหรับ
- เปิดโอกาสให้ เรียนกุรอ่าน ภาคบังคับจนถึงระดับมัธยมศึกษา
- สนับสนุนโครงการ สร้างมัสยิด 1 หมื่นแห่ง
- เปิดโรงเรียนสอนกุรอ่านกว่า 25000 แห่ง
- สร้างโรงเรียนสอนศาสนากว่า 22 แห่งในเขตอนาโตเลีย เพื่อให้สามารถ ผลิตบัณฑิตและครููสอนศาสนา และนักบรรยายธรรม
- อนุญาตให้ตีพิมพ์ วารสารทางวิชาการศาสนา และหนังสือที่เชิญชวนสู่ศาสนา
-ซ่อมแซมมัสยิดให้เป็นสถานที่สักการะอัลลอฮฺเท่านั้น (ซึ่งก่อนหน้า ทางรัฐบาลทำเป็นที่กักเก็บเสบียงอาหาร)
- สนิทสนมกับประเทศอาหรับ และต่อต้านอิสราเอล
- ยกเลิกสินค้าที่ผลิตและนำเข้าจากอิสราเอล เช่น อาหารและยา
- ขับไล่ทูตอิสราเอล ได้สำเร็จในปี คศ.1956

แรงกดดันจากภายในและนอกประเทศ กำเนิดซึ่งความวุ่นวายและโกลาหลในตรุกี เมื่อมีบางกลุ่มไม่ เห็นด้วยกับแนวคิดของ แมนดารีส

จนกระทั่งในปี คศ.1960 เกิดการรัฐประหารขึ้น ในตุรกี โดย "นายญามาล โจ โรสโส"(ชื่อภาษาตุรกี อ่านยากมาก) แมนดารีส ก็ถูกจับกุมตัว ด้วยข้อหา....
- ทำการอะซานเป็นภาษาอาหรับ
- เปลี่ยนจากระบบแซ็กคิวล่า เป็นระบบอิสลาม
และสุดท้าย คือ...
- พยายามรื้อฟื้นระบบ คีลาฟะ เป็นประมุขของประเทศ

ด้วยข้อหาที่กล่าวมาข้างต้น ศาลตุรกี จึง ตัดสินประหารชีวิต นายกรัฐมนตรี แมนดารีส ในวันที่ 17/9/1961

ปิดตำนานผู้พลีชีพเพื่อเสียงอะซาน ความเปลี่ยนแปลงครั้ง ประวัติศาสตร์ของตุรกี หลังจาก ออตโตมัน ล่มสลาย ประเทศชาติถูกครอบงำด้วย ระบบแซ็กคิวล่า นายกรัฐมนตรี แมนดารีส คือคนรุ่นแรกๆ ที่ต้านระบบนี้ เขาพยายามทุกวิธีทางเพื่อนำอิสลามให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในตุรกี แต่ เส้นทางชีวิตจริงไม่ได้สวยหรูเหมือนในฝัน ด้วยเส้นเชือกที่ผูกคอ เขาจึงต้องจบชีวิตลง ใช่ว่าอุดมการณ์เขาจะสิ้นสุดลง เหมือนวิญญาณ ไม่ แต่อุดมการณ์เขา ได้ฝังรากลึกเข้าไปในสายเลือดของคนรุ่นหลัง จุดประกายให้คนรุ่นหลัง รักและห่วงแหนอิสลามมากเป็นทวีคูณ

สิ่งสำคัญของทุกๆการงาน ไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จ แต่อยู่ที่ความ พยายาม

เขียน: مؤرخ اسلامي
แปล: Al-qalam Cairo

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บาบซูไวละ" หรือประตูแห่งมูตาวาลีย์ คือ​1ใน​3ประตู​เมืองอันเก่าแก่ที่งดงาม​และมีเสน่ห์​ที่สุดในอียิปต์​ ทียังคงหลงเหลือ​อยู่ให้ได...