วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ตำนาน "ราชาเสียงสวรรค์"

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
รุปจากgoogle

ตำนาน
"ราชาเสียงสวรรค์"

หลังจากที่ท่านนบีมูฮัมหมัด กลับสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ บีลาล ได้ไปหา อาบู บักร ซึ่งดำรงตำแหน่งคอลีฟะในขณะนั้น

บีลาล : ฉันเคยได้ยินท่านรอซูล เคยกล่าวไว้ว่า "การงานที่ดีที่สุด สำหรับ มุอฺมิน คือการญีฮาด ในหนทางของอัลลอฮฺ"

อาบู บักร : ท่านต้องการจะบอกอะไร หรือ บีลาล

บีลาล :ฉันต้องการที่จะญีฮาด จนกระทั่งถูกฆ่าตายในสมรภูม

อาบู บักร : แล้วใครจะทำหน้าที่อะซาน แก่ชาวมาดีนะ ล่ะ ท่านบีลาล?

บีลาล : ฉันไม่สามารถอะซาน ให้ใครได้อีกแล้วนอกจากท่านรอซูลเท่านั้น

ด้วยความคิดถึงต่อท่านรอซูล เขากล่าวคำพูดออกพร้อมน้ำตาคลอ

อาบู บักร : ได้โปรด อยู่กับพวกเราเถิด คอยอะซานให้ชาวเมืองมาดีนะ เหมือนที่ท่านเคยทำมาก่อนหน้านี้

บีลาล : หากท่านไถ่ข้า เพื่อตัวเอง ข้าก็จะเป็นของท่าน แต่ถ้าหากท่านไถ่ข้าเพื่ออัลลอฮฺแล้ว ข้าก็ขอทำในสิ่งที่ข้าต้องการ

อาบู บักร :โอ้บีลาล ข้าไถ่เจ้าเพื่ออัลลอฮฺ เท่านั้น

จากนั้นบีลาล ออกเดินทางสู่เมืองชาม คอยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มุญาฮีดีนคนอื่นๆ ในใจเขาเฝ้ารำพึงอยู่เสมอ ว่า "ฉันไม่สามารถใช้ชีวิตในเมืองมาดีนะ ได้อีกแล้ว หลังจากที่ท่านนบีมูฮัมหมัดจากไป "
เพราะทุกครั้งที่ทำการอะซาน ครั้นที่ต้องกล่าวว่า

" أشهد أن محمداً رسول الله"
"ข้าขอปฏิญาณตนว่า มูฮัมหมัดคือ ศาสนทูตของอัลลอฮฺ"

ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง เขาไม่สามารถ ครองสติตัวเองได้เลย พลันน้ำตาก็เอ่อล้นออกมา อย่างไม่รู้สาเหตุ

หลายปีต่อมา บีลาลได้ฝันถึง ท่านนบีมูฮัมหมัด

นบีมูฮัมหมัด : ทำไม เจ้าถึงทำอย่างนี้ โอ้ บีลาล... จงกลับไปเยี่ยมฉันและชาวมาดีนะเถิด

เขาสะดุ้งตื่นและรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป จึงไม่รอช้า รีบควบม้ากลับไปยังเมืองแห่งนบี หรือมาดีนะ ในทันที เขาเยี่ยมหลุมศพ ท่านนบี แล้วร้องไห้อย่างหนัก จน ฮะซันและฮุเซนต้องเข้ามาปลอ

ฮะซันและฮุเซน : เราทุกคนหวังอย่างยิ่ง อยากให้ท่านกลับมาอะซาน ให้เราอีก

เวลาเช้าตรู่ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ณ หลังคามัสยิดนบี ปรากฏร่างของบีลาล

"الله أكبر الله أكبر"
"อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่"

ทั่วทั้งมาดีนะ สั่นสะเทือน ผู้คนต่างตื่นจากการหลับใหล ด้วยเสียงเรียกร้องสู่การละหมาดที่ไพเราะ ที่ทุกคนต่างรอคอยมาอย่างเนินนาน ครั้นถึงประโยคที่ว่า
"أشهد أن لا إله إلا الله"
"ข้าขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้า อื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ"

ความตื่นตัวของชาวเมืองมาดีนะ ก็ ทวีคูณมากขึ้น

ประโยคหลังจากนั้น ....
" أشهد أن محمداً رسول الله"
"ข้าขอปฏิญาณตนว่า มูฮัมหมัดคือศาสนทูตของอัลลอฮฺ"

และวันนั้นกลายเป็นวันที่ทุกคนร้องไห้มากที่สุด ด้วยความคิดถึงท่านนบีมูฮัมหมัด ผ่านปลายเสียงของท่านบีลาล ราวกับว่า ท่านนบีมุฮัมมัดก็อยู่ร่วมกับพวกเขาอีกครั้ง

จากนั้นบีลาล ก็กลับใช้ชีวิตในเมืองชามอีกครั้ง จนถึงสมัยการปกครองของท่านอุมัร เมื่ออุมัรได้ไปเยี่ยมเมืองชาม ท่านส่งคนไปตามบีลาล หวังให้บีลาล อะซาน แม้เพียงครั้งสุดท้าย
เมื่อถึงเวลาละหมาด บีลาล ก็เริ่มทำการอะซาน บรรดาซอฮาบะห์ ที่เคยใช้ชีวิตพร้อมบีลาล ในช่วงที่ท่านนบีมูฮัมหมัด มีชีวิตอยู่ต่าง ร้องไห้อย่างสุดซึ้ง ราวกับว่าพวกเขาจะไม่ร้องไห้อีกหลังจากนี้ และอุมัร คือคนที่ร้องไห้หนักสุด......

บั้นปลายชีวิตของบีลาล ตอนที่ท่านป่วยใกล้จะสิ้นลมหายใจ ภรรยาของท่านนั่งร้องไห้ อยู่ใกล้ๆร่างที่ไร้เรี่ยวแรง

บีลาล : ที่รักเจ้าอย่าร้องไห้เลย ข้ากำลังจะได้พบ กับนบีมุฮัมมัดอันเป็นสุดที่รักของพวกเราทุกคน และบรรดาซอฮาบะ ของท่านนบีมูฮัมหมัด"

แล้วบีลาล.....
ก็กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ ปิดตำนาน ราชาเสียงสวรรค์ แม้ชีวิตของบีลาลจะสิ้นสุดลงแต่ เรื่องราวของ บีลาลไม่เคยตายไปจากใจของมุสลิมเลย ผู้คนต่างเล่าขานชีวประวัติของเขา จากอดีตจวบจนกระทั่งปัจจุบั

รักใดเล่า จะดีเท่ารักแห่งอัลลอฮฺและรอซูล รักที่มีแต่ดีกับดี รักแล้วได้เข้าสวรรค์ รักแล้วได้รักตอบ รักที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
اللهم صلى على محمد وعلى آله وأصحابه ومن تبعهم باحسان الى يوم الدين

Cr. ابن عبد الفتاح محمد
แปล : Al-qalam Cairo


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บาบซูไวละ" หรือประตูแห่งมูตาวาลีย์ คือ​1ใน​3ประตู​เมืองอันเก่าแก่ที่งดงาม​และมีเสน่ห์​ที่สุดในอียิปต์​ ทียังคงหลงเหลือ​อยู่ให้ได...