วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ปัดฝุ่นอูมาวีย์

ปัดฝุ่น ราชวงค์อูมาวีย์

ราชวงค์อูมาวีย์ สืบเชื้อสายมาจากทวดของอาบูซุฟยาน ซึ่งมีนามว่า อูมัยยะห
นับเป็นครั้งแรกของโลกมุสลิมที่มีการปกครองแบบกษัตย์ โดยมีอัลกรุอ่านและวัจนะของศาสนดามุฮำหมัด เป็นรัฐธรรมนูนแผ่นดิน ช่วงสมัยของประวัติศาสตร์อิสลามสามารถแบ่งได้ ดังนี้
1.อะหดฺ นูบูววะห(สมัยของท่านบี) เมืองมาดีนะห(ประเทศสาอุดีอารเบีย) เป็นราชธานี
2.อะหดฺ คอลาฟาอฺ อัรรอชีดีน (สีคอลีฟะหผู้ทรงธรรม) ที่เมืองมาดีนะห เช่นเดียวกัน
3.ราชวงค์อูมาวีย์ กรุงดามัสกัส(ประเทศซีเรีย) เป็นราชธานี
4.ราชวงค์อับบาสียะห กรุงแบกแดด(ประเทศอีรัก) เป็นราชธานี ร่วมสมัยกับการปกครองของราชวงค์อูมาวีย์ ที่อันดาลุส(ประเทศสเปน)
5.ราชวงค์อุสมานียะห หรือออตโตมัน กรุงอิสตันบูล(ประเทศตุรกี) เป็นราชธนี
---ใครคือกษัตย์คนแรกแห่ง ราชวงค์อูมาวีย์???
มูอาวียะห บุตร อาบูซุฟยาน คือคนแรกที่สถาปนารัฐอิสลามโดยมีราชวงค์อูมาวีย์ เป็นประมุข หลังจากที่ฮาสัน บุตรอาลี ได้มอบตำแหน่งคอลาฟะ ให้กับมูอาวียะห ในปี อ.ฮ.41 ซึ่งถูกขนานามว่าเป็นปีแห่งเอกภาพ(อามอัลญามาอะห)ตามคำทำนายของท่านนบีที่เคยกล่าวไว้ ครั้นฮาสันยังเป็นเด็ดเล็ก ใจความว่า "ลูกฉันคนนี้คือเจ้าคนนายคน และเขาจะแก้ไขความขัดแย้งระหว่างสองกลุ่มชนที่มีอิธิพล(ในอนาคต)"
----คุณลักษณะเด่นของมูอาวียะห
1.เข้ารับอิสลามก่อนการพิชิตเมืองมักกะ
2.เป็นคนหนึ่งในบรรดาสาวก(ซอฮาบะห)ที่ได้รับหน้าทีในการบันทึกวะหยู(กรอ่าน)
3.ได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ปกครองแคว้นชามซึ่งประกอบไปด้วยประเทศซีเรีย เลบานอน ปาเลสไตน์ และจอร์แดน
4.เป็นคนแรกที่นำเรือรบเข้ามาใช้ในอาณาจักรอิสลาม เพื่อบุกเบิกแผ่นดินใหม่ และเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรูบริเวณเที่ยบชายฝั่งทะเล
5.จากสายรายงานของบุคอรีย์ จากอิบนุอับบาสกล่าวว่าเขาเก่งในวิชาฟิกหฺ
6.อิบนุตัยมียะหกล่าวว่า ไม่มีกษัตย์ องค์ใดที่ดีเท่ามูอาวียะห
7.อิบนุคอลดูนกว่าวว่า "การปกครองของมูอาวียะห ดีและปกครองด้วยความยุติธรรม รองลงมาจากการปกครองของ สี่คอลีฟะห ผู้ทรงธรรม"
----มูอาวียะห คือคนที่ต้องการตำแหน่งคอลีฟะ จริงรึไม่?
ความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรงระหว่าง มูอาวียะ กับ อาลี บุตรอาบีฏอลิบ มีสาเหตุมาจากกรณีการปลงพระชนม์คอลีฟะห ที่สาม อุสมาน บุตร อัฟฟาน โดยพวกกบฏ มูอาวียะห จะไม่ยินยอมให้สัตยาบันแก่อาลีจนกว่าจะจับฆ่าตรกรให้พบเสียก่อน ฝ่ายอาลีต้องการให้บ้านเมืองสงบเสียก่อนจึงจะหาตัวฆ่าครกรได้ เพราะความเห็นที่ต่างจนนำไปสู่สงครามระหว่ามมุสลิมด้วนกันเอง ไม่มีคุฏบะหหรือคำพูดของมูอาวียะห ครั้งไหนเลยที่ถูกบันทึกในหนังสือประวัติศาตร์ ว่าท่านต้องการจะยึดอำนาจการเป็นคอลีฟะหจากท่านอาลี
---ใครคือฆ่าตรกร มือสังหาร ท่านอาลี ???
ในปี ฮ.ศ.40 กลุ่มคอวารีจ(กลุ่มนอกรีตเดิมเคยเป็นทหารของอาลีแต่ได้ออกจากกองทัพไป เนื่องจากอาลียอมเจรจากับฝ่านมูอาวียะห ในสมรภูมิ ศิฟฟีน)ได้ส่งมือสังหารจำนวนสามคนเพื่อไปปลิดชีวิต ท่านอาลี มูอาวียะ และอัมรฺ บุตร อัลอาซ ทั้งคู่รอดพ้นมือสังหาร เหลือเพียงแต่อาลีที่ต้องมาเสียชีวิตลงด้วยน้ำมือของคอวารีจได้สำเร็จ
---มูอาวียะห เกลียดชังท่านอาลีจิงรึไม่???
ครั้งหนึ่ง ฮีรากิอุส แห่งอาณาจักรโรมัน ส่งสาส์นไปยัง มูอาวียะห เสนอให้มาร่วมมือกัน เพื่อปลิดชีวิตท่านอาลี
มูอาวียะหจึงส่งสาส์นตอบกลับไปว่า "หากเจ้าจะสังหารอาลี และเอาหัวอาลีมาให้ข้าล่ะก็ ข้านี้แหล่ะจะตัดหัวเจ้า และจะนำมันไป ถวายอาลี"
******ครั้นตอนที่มุสลิมเคยครองโลก มุสลิมไม่เคยยอมให้ศัตรูมาทำร้ายมุสลิมด้วยกันเอง แม้เราจะมีความเห็นที่ต่างกันก็ตาม นี้คือมุมมองของเราต่อมูอาวียะในฐานะที่เป็นมุสลิมสิ่งที่เคยปลูกฝังเราตั้งแต่เด็กว่ามูอาวียะ เป็นแบบโน้นนี้นั้น แท้จริงและไม่มีฐานของความเป็นจริงเลยสักนิด โปรดรู้ไว้เถิดพีน้องที่รัก คนที่บันทึก ประวัติศาสตรอิสลามกลุ่มแรกคือ กลุ่มชีอะห ที่ต้องการสร้างความเกลียดชังแก่มูอายะห และเพื่อให้มุสลิมแตกแยกกันเอง......



ในปีฮ.ศ.60 ก่อนที่มูอาวียะบุตรอาบีสุฟยาน(รอดียัลลอฮูอันฮุมา)ได้เสียชีวิตลง ท่านได้สั่งเสียแก่ลูกของท่าน ยาสีด สานต่อตำแหน่ง คอลีฟะห อีกทั้งกำชับบุคคลต่อไปนี้ ให้มาสัตยาบันต่อยาสีด
1.อับดุลลอฮ บุตร ซูเบร บุตรเอาวาม ลูกชายของท่านหญิงอัสมาอ ลูกสาว อาบูบักร อัศศิดดีก
2.อับดุลลอลฮ บุตร อูมัร อัลคอฏฏอบ
3.อับดุลลอฮฺ บุตร อับบาส บุตรอับดุลมุฏฏอลิบ
4.ฮุเสน บุตรอาลี บุตรอาบูฏอลิบ บุตรอับดุลมุฏฏอลิบ
***(ทั้งสี่คนคือผู้นำของชาวกุร้อยซและเป็นทหารเอกประจำสำนักคอลีฟะทั้งสี่และมูอาวียะ เคยถูกส่งไปยังหลายๆสมรภูมิ และอิสตันบูลเพื่อพิชิตกรุงคอนสเตนติโนเปิล โดยมียาสีดบุตรมูอาวียะห เป็นแม่ทัพ และคือคนที่ไม่เหนด้วยกับการตัดสินใจของมูอาวียะในการแต่งตั้งรัชทาญาติ)
------------มุมมองของซอฮาบะต่อการแต่งตั้งรัชทาญาติ
1.เพื่อรักษาไว้ซึ่งระบบชูรอ ซอฮาบะหบางท่านจึงไม่เห็นด้วย(ทั้งสี่คนที่กล่าวมาข้างต้น)เพราะมูอาวียะหได้เปลี่ยนระบอบการปกครอง จากระบบชูรอมาเป็นระบบกษัตริย์
****ระบบชูรอคือระบบการปกครองของอิสลามที่ต้องเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด ให้มารับหน้าที่เป็นผู้ปกครองรัฐ ระบบนี้ เคยปฏิบัติมาในรัชสมัยของท่านนบีและคอลีฟะหอัรรอชีดีนทั้งสี.......ในปี ฮ.ศ.64 หลังจาก ยาสีดเสียชีวิตลง มูอาวียะที่สองซึ่งเป็นลูกชายของยาสีด(หลานของมูอาวียะบุตรอาบูซุฟยาน)ได้นำระบบชูรอมาใช้ในรัฐอิสลามอีกครั้ง จากนั้นมูอาวียะที่สองก็เสียชีวิตลงหลังจากที่ได้รับตำแหน่งแค่สามเดือน
2 ซอฮาบะห60กว่าคนเห็นด้วย เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และเพื่อความเป็นหนึ่งในรัฐอิสลาม ส่วนกรณีของอับดุลลอฮฺบุตรอูมัรและอับดุลลอฮฺบุตรอับบาส ที่เคยปฏิเสธระบบกษัตริย์ เมื่อเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับยาสีด ทั้งสองเลยให้สัตยาบันต่อยาสีด แต่หลังจากที่มูอาวียะเสียชีวิตลงแล้ว ฉะนั้นยะซีดจึงได้เป็นคอลีฟะแห่งรัฐอิสลาม อย่างเป็นทางการ
-----------จุดยืน ของมุสลิมต่อการตัดสินใจของมุอาวียะ?
มูอาวียะคือซอฮาบะ และคนที่มีนามนำหน้าว่าซอฮาบะ ก็คือคนที่ดีรองจากบรรดาบี เพราะพวกเขาคือคนที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ท่านนบีคอยช่วยเหลือท่านนบีในการสร้างรัฐอิสลามในด้านต่างๆ จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่เราจะมองซอฮาบะหทุกคนในด้านลบขนาดตาบีอีนยังไม่อาจเทียบเท่าซอฮาบะ แล้วนับประสาอะไรกับคนอย่างเรา นบีเองสนับสนุนให้เรารักบรรดาซอฮาบะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ให้อัลลอฮฺเป็นผู้ตัดสินเถิด สังคมมุสลิมขณะนั้นมีแต่ฟิตนะห ที่สะสมมาตั้งแต่การลอบสังหารคอลีฟะอุสมานบุตรอัฟฟาน จากนั้นการลอบสังหารท่านคอลีฟะอาลีและอีกหลายๆฟิตนะห สถานการณ์บีบบังคับให้มูอาวียะแต่งตั้งรัชทาญาติ วัลลอฮูอะอฺลัม (และอัลลอฮฺเท่านั้นที่ทรงรอบรู้) มูอาวียะเองก็คือมนุษย์อย่างเราไม่ใช่นบี ไม่ใช่ผู้ที่สามารถล่วงรู้ถึงอนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากการตัดสินใจของท่านในครั้งนี้
_______________________________
-----------เหตุการณ์นองเลือดในสมัยการปกครองของยาสีดบุตรมูอาวียะห
1.สงครามที่นำไปสู่การเสียชีวิต ของท่านฮุเสนบุตรอาลี (รอดียัลลอฮฮุอันหูมา) ที่กัรบาลาอฺ
--ใครคือ ฮุเสนบุตรอาลีบุตรอาบูฏอลิบอัลกุรอชีย์?
ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่าฮาสัน(พี่)และฮุเสน(น้อง)คือหลานที่นบีรักมากที่สุด และคนที่นบีรักก็คือคนที่มุสลิมต้องรักด้วยเช่นกัน
- รายงานโดยอะฮมัด จากท่านยะอฺลา อัลอามีรีย์ (รอดียัลลฮุอันหู)ท่านนบีกล่าวว่า “ฮุเสนมาจากฉันและฉันมาจากฮุเสน(เป็นของกันและกัน)” แล้วนบีก็ดูอาให้อัลลอฮฺรักคนที่รักฮุเสน
-รายงานโดยอะฮมัดจากท่านอาบีสะอีด อัลคุดรี (รอดียัลลอฮุอันหู)ท่านนบีได้กล่าว่า “ฮาสันและฮุเสนคือหัวหน้าของหนุ่มสาวในสวรรค์”
และอีกหลายๆคำพูดของนบีที่บ่งบอกชัดเจนว่าท่านรักหลานของท่านมากเพียงใด ก่อนที่ท่านหญิงฟาตีมะห์จะคลอด คนใช้ของท่านนบี นางได้ฝันว่าอวัยวะบางส่วนของท่านนบีถูกแยกออกจากร่าง นางตกใจมากรีบไปบอกกล่าวถึงความฝัน ท่านนบียิ้มและตอบว่า “นั้นเป็นข่าวดี ฟาตีมะห กำลังจะตั้งครรค์” ครั้นเมื่อฮุเสนคลอดออกมา ท่านนบีเป็นผู้ที่อาซานให้และตั้งชื่อให้แก่ฮุเสน
------ทำไมฮุเสนถึงต้องไปที่กัรบาลาอฺ(คือเมืองที่ใกล้กุฟฟะ)?
หลังจากที่ยาสีดได้เป็นคอลีฟะห ชาวกุฟฟะห(เมืองในประเทศอีรัก)ได้ส่งสาสน์ไปยังฮุเสนอย่างต่อเนื่อง ใจความว่า “พวกเราชาวกุฟฟะหรักในฮะหลุลบัยตและจะให้สัตยาบันแก่ท่าน(ให้เปนคอลีฟะของพวกเขา) และจะสนับสนุนท่านอย่างเต็มกำลังที่มี จะเคียงบ่าเคียงไหล่ท่านตลอดไป” (อะไรประมานนี้)ก่อนที่จะปักใจเชื่อ ฮุเสนได้ส่งลูกพีลูกน้องของเขานามว่ามุสลิมบุตรอูกอยล์ไปยังเมืองกุฟฟะเพื่อตรวจดูความแน่ใจ เมื่อมั่นใจในความภักดี มุสลิมจึงส่งสาสน์ไปยังฮุเสนเพื่อให้ท่านเริ่มเดินทางจากมักกะสู่กุฟฟะ ฮุเสนออกจากมักกะได้ไม่กีวันมุสลิมก็ถูกจับและถูกประหาร โดยอุบัยดิลลาฮฺบุตรสียาด ซึ่งเป็นเจ้าเมืองอีรักในขณะนั้น ก่อนตายมุสลิมพยายามส่งจดหมายห้ามฮุเสนออกนอกมักกะหลังจากที่รู้ถึงการกลับกลอบของพวกชีอะหในกุฟฟะที่หลีกห่างมุสลิมในขณะที่โดนข่มขู่โดยเจ้าเมืองอีรัก แต่ก็ไม่ทันการ ทูตทีส่งไปถูกฆ่าตายเสียก่อน ซอฮาบะหหลายคนต่างห้ามปรามฮุเสนไม่ให้ไปยังกุฟฟะ เพราะรู้ถึงนิสัยของคนกลุ่มนั้นว่าขี้โกง จอมหักหลัง เหมือนที่เคยทำกับท่านอาลีพ่อของฮาสันและฮุเสน แต่ก็ไม่เปนผลสำเร็จ ฮุเสนยังยืนกรานที่จะไป
****ชีอะห คือกลุ่มคนที่สนับสนุน ฮะหลุลบัยต พวกเขาเชื่อว่าคนที่จะดำรงตำแหน่งคอลีฟะ ต้องสืบเชื้อสายมาจากท่านอาลีเท่านั้น ในขณะที่มุสลิมเชื่อว่าหากใครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก็สามารถเป็นคอลีฟะได้ แต่ต้องผ่านระบบชูรอ
-----ชาวกุฟฟะ มีท่าทีอย่างไรเมือรู้ว่ามุสลิมได้เสียชีวิตลง?
เมื่อตะวันดับแสงความมืดก็เข้ามาแทนที ปีฮ.ศ.61ชาวกุฟฟะต่างเกรงกลัวเจ้าเมืองต่างคนต่างเงียบกริบ ไม่ฮึกเหิมเหมือนตอนที่มุสลิมยังมีชีวิตอยู่ เมือฮุเสนมาถึงกัรบาลาอฺ ก้ได้พบกับกองทัพที่ยิ่งใหญ่หลายพันคน ต่อกรกับทหารของฮุเสนที่น้อยกว่าหลายเท่า ฮุเสนได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญจนถูกดาบฟันคอและสิ้นใจ ด้วยน้ำมือของ ชัมรฺบุตรเจาชัม ซึ่งเป็นชาวกุฟฟะ ชาวกุฟฟะอีกหลายคนที่เคยอ้างว่ารักในฮุเสน รักที่จะติดตามฮุเสน มาวันนี้กลับหักหลัง ฮุเสน เข้าร่วมกับทหารของอูบัยดิลาฮ อีกทั้ง ยังได้ให้สัตยาบันต่ออูบัยดิลลาฮฺ แม่ทัพผู้สั่งการสังหารฮุเสน หลังจากที่ฮุเสนเสียชีวิตลง(ลาเฮาลาวาลากุววะ อิลลาบิลลาฮฺ)นี้คือความจริงส่วนหนึ่งของการอ้างอิงถึงความรักความภักดีของพวกชีอะห ทีมีต่อฮุเสน
******การเสียชีวิตของฮุเสน(รอดียัลลอฮุอันฮู)เปนไปตามการทำนายของท่านนบี ที่เคยกล่าวไว้ ตอนที่ท่านหญิงฟาตีมะคลอดฮุเสน ท่านนบีร้องไห้ ซอฮาบะห จึงถามถึงสาเหตุ ท่านจึงตอบกลับไปว่า “หลานฉันจะถูกฆ่าตรกรรม” ไม่ว่าจะอย่างไรเราขอสาปแช่งและต่อต้านคนที่สังหารฮุเสน อุมัร อุสมานและอาลี รวมไปถึงคนที่ด่าทอท่านอาบูบักร อุมัรและอุสมาน
-----คำสั่งการสังหารฮุเสนมาจากคอลีฟะยาสีดจริงรึไม่?
1.หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่มีหนังสือที่เชื่อถือได้ บันทึกว่ายาสีดคือผู้สั่งการสังหารฮุเสน อาจมีคำสั่งห้ามไม่ให้ฮุเสนเข้ามาในเขตกุฟฟะ แต่ไม่ได้สั่งให้ฆ่า
2.หลักฐานทางสติปัญญา การเดินทางระหว่าง ดามัสกัส(เมืองหลวงที่ยาสีดอาศัย) กับกัรบาลาฮฺต้องใช้เวลาทั้งสิ้น28วัน ซึ่งกว่ายะสีดจะรู้ถึงแผนปฏิบัติการณ์ของอุบัยดิลละก็สายไปเสียแล้ว
_____________________________________
2.เหตุการณ์นองเลือด ณ แผ่นดินฮารอมัยน์
ข่าวการเสียชีวิตของฮุเสนได้แพร่ไปทั่วสารทิศ ทำให้ประชาชนส่วนมากต่างออกมาให้สัตยาบันต่อ อับดุลลอฮฺบุตรซูเบร(รอดียัลลอฮูอันฮูมา)ในนครมักกะ และสัตยาบันต่ออับดุลลอฮฺบุตรฮันซอละในนครมาดีนะ
****(ฮันซอละคือซอฮาบะห ที่มาลาอิกะ อาบน้ำศพให้)
คอลีฟะยาสีดจึงส่ง ทหารกองหนึ่งไปปราบปรามกบฏโดยเริ่มที่นครมาดีนะภายใต้การนำโดย วาลีดบุตรอัตบะ เมื่อแล้วเสร็จ ก็ให้ตรงไปยังนครมักกะ ระหว่างทางวาลีดได้เสียชีวิตลง ฮูซัยน์บุตรนุมัยร์ จึงรับหน้าที่แทน ผู้คนต่อสู่กันในแผ่นดินต้องห้าม ทหารล้มตายกันเป็นจำนวนมากมาย ณ แผ่นดินอัลฮารอมัยน์ ที่เจ็บปวดกว่านั้น กะบะห สถานที่อันศักย์สิทธ์ก็ถูกทำลายโดยระเบิดดินปืน ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก(ลาเฮาลาวาลากุวะตะอิลาบิลลาฮฺ) ระหว่างที่ทำสงครามอับดุลลอฮบุตรซูเบร สามารถปรับปรุง กะบะห ให้วางอยู่ในตำแหน่งตามที่ท่านนบีมูฮำหมัดต้องการ คือตามตำแหน่งที่ท่านนบีฮิบรอฮีมและอิสมาแอลได้ก่อมันขึ้นมา เพราะครั้งหนึ่ง กะบะห เคยได้รับความเสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วม ชาวอารับจึงก่อสร้างมาใหม่แต่คลาดเคลื่อนไปจากตำแหน่งเดิม ฮะดิษนี้รายงานจากท่านหญิงอาอีชะห์(น้าของอับดุลลอฮฺบุตรซูเบร)ในหนังสือศอฮีหมุสลิม
ระหว่างทำศึกที่มักกะ คอลีฟะยาสีดก็เสียชีวิตลง ลูกของเขามูอาวียะที่สองก็ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ท่านมอบโอกาสให้ประชาชนเป็นคนเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดในการดำรงตำแหน่งคอลีฟะ ท่านถามหาคนที่มีคุณสมบัติเช่นท่านอูมัร แต่ไม่พบใคร ท่านจึงลาจากตำแหน่ง จากนั้นสามเดือนท่านก็เสียชีวิตลง(อินนาลิลลาฮฺวาอินนาอีลัยฮีรอญีอูน)
และแล้วอาณาจักรอิสลามยิ่งทวีความวุ่นวายแตกแยกกันเองมากขึ้น แหลมอาหรับและอียิปต์ต่างสัตยาบันต่ออับดุลลอฮฺบุตรซุเบร แต่ที่อีรักร่วมทั้งกุฟฟะ(กลุ่มคนที่เคยอ้างว่ารักในฮุเสน)กลับให้สัตยาบันต่ออับดุลลอฮฺบุตรสียาด (แม่ทัพผู้สั่งการฆ่าฮุเสน)
นี้เรอ.....ความรักความภักดี ที่พวกชีอะห เอามาแอบอ้าง??????


AL-QALAM CAIRO

ภาพ: มุมหนึ่งของมัสยิดอูมาวีย์ ณ กรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บาบซูไวละ" หรือประตูแห่งมูตาวาลีย์ คือ​1ใน​3ประตู​เมืองอันเก่าแก่ที่งดงาม​และมีเสน่ห์​ที่สุดในอียิปต์​ ทียังคงหลงเหลือ​อยู่ให้ได...