"บาบซูไวละ" หรือประตูแห่งมูตาวาลีย์
คือ1ใน3ประตูเมืองอันเก่าแก่ที่งดงามและมีเสน่ห์ที่สุดในอียิปต์ ทียังคงหลงเหลืออยู่ให้ได้บอกเล่าเรื่องราวในอดีตแก่ชนรุ่นหลัง สร้างขึ้นในรัชสมัยการปกครองของราชวงศ์ฟาตีมีย์ ตามคำสั่งของแม่ทัพใหญ่นามว่า "เญาหัรแห่งเกาะชิชิลี" เมื่อปีคศ.1092 โดยมีรากฐานลึกลงไปถึง25เมตร ความกว้างอยู่ที25.72เมตร และมีความสูงถึง24เมตรจากพื้นดิน
หออะซานทั้งสองมีความโดดเด่นและสวยงามถูกต่อเติมในภายหลัง ช่วงสมัยการปกครองของกลุ่มคนที่ถูกขนานนามว่า "มามาลีก" ซึ่งเป็นชนชั้นทาสแต่สามารถไต่เต้าจนได้เป็นกษัตริย์ผู้ครองนครอียิปต์และชามในเวลาต่อมา
นอกจากความงามที่สามารถเห็นด้วยสายตาแล้วมันยังตราตรึงในหัวใจของผู้ที่พบเห็น ประตูแห่งนี้ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานแต่ที่โด่งดังที่สุดคือมันเป็นประตูเดียวกันที่ครั้งหนึ่ง" กษัตริย์ไซฟูดดีน กูตูซ" เคยแขวนคอคณะทูตของพวกมองโกเลีย ครั้นที่มองโกเลียส่งสาส์นข่มขู่อียิปต์หลังจากที่อาณาจักรอับบาสีย์ล่มสลายเนื่องจากการรุกรานของมองโกเลีย เป็นที่ทราบกันดีว่า1ในกฎเกณฑ์ของการทำศึกคือ "ห้ามสังหารคณะทูต" แต่สิ่งที่กษัตริย์อียิปต์กระทำลงไปนั้นคือการประกาศสงครามโดยที่ไม่ต้องเปล่งวาจา
และแล้วสงครามก็ดำเนินขึ้น ช่วงขณะนั้นหากคุณได้ป่าวประกาศแก่ชาวเมืองว่ามีกองทัพหนึ่งสามารถรบชนะกองทัพมองโกแล้วล่ะก็.....แน่นอนผู้คนจะต้องกล่าวหาว่าคุณบ้าหรือวิปลาสไปเสียแล้ว เพราะไม่มีกองทัพไหนที่จะกล้าต่อกรกับทหารมองโกแต่กษัตริย์อียิปต์ผู้นี้คือผู้ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล จนสุดท้ายสามารถนำขบวนทัพเดินทางสู่ดินแดนปาเลสไตน์และทำสงครามขับไล่พวกมองโกลออกจากแผ่นศักดิ์สิทธิ์อัล-กุดส และนำชัยชนะสู่บ้านเมืองได้สำเร็จด้วยการอนุมัติจากเอกองค์อัลลอฮฺ เมื่อปีคศ.1260 ในยุทธการที่มีชื่อว่า "เอนจาลู" หรือ "อัยน์ญาลูต" ประเทศปาเลสไตน์ในปัจจุบัน
วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
อัลบากีลานีย์ และการโต้วาทีที่เมามันส์ที่สุด
อัลบากีลานีย์
และการโต้วาทีที่เมามันส์
เป็นเรื่องราวของนักปราชญ์
ก่อนการมาเยือน......
ฝ่ายกษัตริย์โรมันได้มีคำส
เมื่ออาบูบักรมาถึงหน้าประ
กษัตริย์จึงประจักษ์ได้ทั
เมื่อยืนต่อหน้ากษัตริย์ก
นักปราชญ์ : พวกท่านและครอบครัวของพวก
นักปราชญ์ได้ถามทุกคนที่อย
กษัตริย์ : (โกรธ)เจ้าช่างไม่รู้จักที
นักปราชญ์ : อัลลอฮุอักบัร!!! เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่
โดนแบบนี้แล้วกษัตริย์จึงพ
กษัตริย์ : เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ เรื่องราวของ(ท่านหญิง)อา
นักปราชญ์ : แท้จริง นางได้แต่งงานแต่ไม่มีลูก ในขณะที่ท่านหญิงมัรยัมไม
กษัตริย์ : ........... (เปลี่ยนบทสนทนาทันที)
กษัตริย์ : ศาสดาของพวกเจ้าทำสงครามห
นักปราชญ์ : ใช่
กษัตริย์ : เขารบอยู่กองหน้าหรือเปล่า?
นักปราชญ์ : ใช่
กษัตริย์ : แล้วเขาชนะสงครามไหม?
นักปราชญ์ : ใช่
กษัตริย์ : เขาเคยปราชัยบ้างหรือเปล่า
นักปราชญ์ : ใช่
กษัตริย์ : มันน่าประหลาดใจนัก เขาเป็นถึงศาสดาแต่กลับปรา
นักปราชญ์ : (ไม่ได้ตอบแต่กลับย้อนถามว่
พระเยซู(นบีอีซา)ถูกตรึง
กษัตริย์ : ใช่
นักปราชญ์ : ข้าประหลาดใจเหมือนกัน เป็นถึงพระเจ้าแต่กลับถูกตร
แล้วทั้งหมดที่อยู่ในท้องพ
ปล.นบีอีซาไม่ได้ถูกตรึงแ
อ้างอิง : كتاب مناظرة العجيبة
![]() |
| รูปจากgoogle |
มัสยิดอาถรรพ์
มัสยิดอาถรรพ์
ในปี คศ.668 ช่วงสมัยการปกครองของ "คอลีฟะอัลวาลีด อิบน์ อับดุลมาเลก" ได้มีการปรับปรุงตกแต่งกร ุงดามัสกัส(ซีเรียในปัจจุ บัน)ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวง ของอาณาจักรอิสลามในรัชส มัยการปกครองของราชวงศ์อ ูมาวีย์
เดิมทีมัสยิดแห่งนี้เคยเป็น วิหารประกอบศาสนกิจตามหลัก ความเชื่อของชาวกรีกที่นิย มบูชาเทพเจ้าหลายองค์ ในสมัยการปกครองของกรีกแต่ ถูกเปลี่ยนให้เป็นโบสถ์คริสต์ภายหลังจากที่โรม ันเรืองอำนาจ จนกระทั่งในรัชสมัยของคอล ีฟะอัลวาลีด พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ทำล ายรูปปั้น เทวรูปและไม้กางเขน เพื่อความเหมาะสมที่จะใช้เ ป็นมัสยิด ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบศาสน กิจในศาสนาอิสลาม
ทันใดนั้นเอง....... เสียงคัดค้านและต่อต้านจา กเหล่าขุนนาง เสนาบดีและนักบวช ให้ละเว้นการทำลายเทวรูปเสี ยเพราะเกรงว่าบ้านเมืองอาจ เกิดอาเพศและผู้ที่ทำลายมัน อาจมีอันเป็นไป ตามคำร่ำลือจากเหล่านักบวช
"ท่านคอลีฟะที่เคารพ แท้จริงในคำภีร์ของเราได้ส าปแช่งคนที่จะทำลายเทวรูป ว่า... หากผู้ใดคิดจะทำลายเขาผู้นั ้นจะต้องวิปลาสอย่างแน่นอน " นักบวชคนหนี่งกล่าวตักเตื อนคอลีฟะอัลวาลีด
"อย่างนั้นรึ.... หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็จะขอวิปลาสในนามแห่งอ ัลลอฮฺก็แล้วกัน"
คอลีฟะอัลวาลีดกล่าวออกมาด้ วยวาจาที่หนักแน่นมั่นคงแล ้วท่านก็เดินขึ้นไปยังจุดที ่สูงที่สุดของวิหารที่ที่กล ่าวขานกันว่ามีอาถรรพ์ที่ส ุดซึ่งเป็นที่ประทับของเทว รูปอันศักดิ์สิทธิ์
"ข้าจะเป็นคนแรกที่เอาค้อนไ ว้ที่คอของเทวรูปตนนี้
الله أكبر อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่"
ผู้ที่จะทำลายอาถรรพ์ได้นั้นต้องมีอีหม่านต่ออัลลอฮฺมั่นคงและแน่แน่ ไม่ลังเล
และแล้วเทวรูปอาถรรพ์ก็ถู กทำลายจบสิ้นซึ่งคำสาป คอลีฟะท่านนี้ก็มิได้วิปลาส ตั้งแต่วันนั้นจนสิ้นสุดส มัยการปกครองของคอลีฟะอัลว าลีด อิบน์ อับดุลมาเลก อัลอูมาวีย์.
#มัสยิดอาถรรพ์
#อัลวาลีดอิบน์อับดุลมาเลก
ภาพ:มัสยิดอูมาวีย์ กรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย
อ้างอิง:تاريخ الإسلامي
ในปี คศ.668 ช่วงสมัยการปกครองของ "คอลีฟะอัลวาลีด อิบน์ อับดุลมาเลก" ได้มีการปรับปรุงตกแต่งกร
เดิมทีมัสยิดแห่งนี้เคยเป็น
ทันใดนั้นเอง....... เสียงคัดค้านและต่อต้านจา
"ท่านคอลีฟะที่เคารพ แท้จริงในคำภีร์ของเราได้ส
"อย่างนั้นรึ.... หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็จะขอวิปลาสในนามแห่งอ
คอลีฟะอัลวาลีดกล่าวออกมาด้
"ข้าจะเป็นคนแรกที่เอาค้อนไ
الله أكبر อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่"
ผู้ที่จะทำลายอาถรรพ์ได้นั้นต้องมีอีหม่านต่ออัลลอฮฺมั่นคงและแน่แน่ ไม่ลังเล
และแล้วเทวรูปอาถรรพ์ก็ถู
#มัสยิดอาถรรพ์
#อัลวาลีดอิบน์อับดุลมาเลก
ภาพ:มัสยิดอูมาวีย์ กรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย
อ้างอิง:تاريخ الإسلامي
ชนเผ่าอินเดียนแดง คือชนเผ่าที่เคยนับถือศาสนาอิสลามจริงหรือ!?!
ชนเผ่าอินเดียนแดง
คือชนเผ่าที่เคยนับถือศาสน
สื่อตะวันตกทั้งตำราประวัต
ผิวสีแทนอมแดง
กินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร
ใช้เครื่องนุ่งห่มที่ทำมา
อีกทั้งยังเป็นชนพื้นเมือง
จะมีมุสลิมสักกี่คนในปัจจุบ
"ยุคล่าอาณานิคมตะวันตก"
การมาเยือนของพญายมในครั้ง
จากดินแดนที่เคยสุขสำราญกล
มีหลักฐานการวิจัยจากนัก
"ก่อนไปเยือนทวีปอเมริกา
ในตอนหนึ่งจากบันทึกของคร
"ชาวอินเดียนแดงมักแต่งกายด
ในบันทึกยังยืนยันอีกว่าม
สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยื
นอกจากนี้ยังมีสนธิสัญญาที
มีการค้นพบจากนักสำรวจเฉพา
จากบันทึกของอาบูบักรอัลค
ท่านอีหม่านอัชชะอบีย์เคยกล
"แท้จริงด้านหลังของอันดา
แผ่นดินแห่งนี้นี้เองที่ถู
"อัลอิดรีสีย์"กัปตันเรือ
ทั้งหมดคือเสี้ยวหนึ่งจาก
ชนเผ่าอินเดียนแดงที่ไม่
ที่มีพระเจ้าองค์เดียวกับเ
ศาสนทูตคนเดียวกัน
ภายใต้หลักศรัทธาที่ว่า..
"ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจาก
และมูฮำหมัดคือศาสนทูตของ
อ้างอิง:من لم يعرف التاريخ لا يستطيع صناعةالمستقبل
![]() |
| รูปจากgoogle |
กับตันเรือบาร์บอสซ่าร์
เพียงแค่ชื่อ.....
ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ พวกครุเสดตะวันตกหวั่นเกรง เพราะเขาคือ "บาร์บอซซ่าร์" หรือ "บาร์บาร์โรซซ่าร์" เป็นอีกหนึ่งในบรรดาสุดยอ ดกัปตันเรือแห่งท้องทะเลเม ดิเตอร์เรเนียนในช่วงสมัยก ลาง
ชื่อจริงของเขาคือ "คูฏ้อร อิบน์ ยะกูบ" แต่ถูกขนานนามโดยราชวงศ์อ อตโตมันว่า "ค้อยรุดดีน บาชาร์" หรือที่รู้จักกันในดินแดนต ะวันตกว่า "บาร์บอซซ่าร์" (ชายผู้มีเคราสีแดง)
เขาคือสุดยอดกัปตันเรืออีกค นที่มีความสำคัญต่อราชวงศ์ ออตโตมันและโลกมุสลิมในขณะ นั้น เคยถูกแต่งตั้งเป็นนายพลเร ือเอกประจำอยู่ที่ท่าเทีย บเรือตูนีเซียก่อนที่จะกลา ยมาเป็นนายพลเรือเอกประจำสำ นักราชวงศ์ออตโตมันในเวล าต่อมา
ทั้งชีวิตของเขาอุทิศตนเพ ื่อศาสนาและพี่น้องร่วมศาส นาในการปกป้องอาณาเขตรอบ ชายฝั่งประเทศมุสลิมและต ่อต้านเรือคาราวานโจรสลัด ครุเสดมาโดยตลอดเช่นในภารก ิจป้องกันการรุกรานโดยเร ือรบจาก"กษัตริย์ชาร์ล ที่5" ใน "สมรภูมิบรีฟีซ่าร์" เป็นเหตุทำให้ออตโตมันมีอำน าจในการครอบครองดินแดนตะวั นออกกลางให้สงบสุขได้ยาวนา นถึง33ปี
นอกจากนี้เขายังเป็นกัปตัน เรือที่นำกองกำลังพิเศษไป ช่วยเหลือพี่น้องร่วมศาสนา ที่ถูกเข่นฆ่าล้างเผ่าพัน ธุ์ในแผ่นดินสเปนหรืออันดา ลุส หลังจากที่"ราชวงศ์บานีอะ ฮมัร" แห่งเกอร์นาดาล่มสลายลงได้ ไม่นาน การปฏิบัติการในครั้งนี้ส ามารถช่วยเหลือพี่น้องมุส ลิมผู้บริสุทธิ์ได้มากถึ ง70000ชีวิต ด้วยเรือใหญ่ทั้งหมด36ลำใช้ เวลาลำเลียงถึง7ครั้งแล้วน ำผู้รอดชีวิตเหล่านั้นไปกร ะจายตามเมืองตูนีเซียต่อไป
ครั้นที่สเปนนำกำลังทหารเพ ื่อรุกรานฝรั่งเศส "กษัตริย์ฟรองซัวส์ที่1" ได้มีสาส์นขอความช่วยเหลือ ไปยังกษัตริย์สุไลมานแห่ง ราชวงศ์ออตโตมันในการขับ ไล่ผู้บุกรุก กษัตริย์ออตโตมันตอบรับคำข อโดยการส่งกัปตันบาร์บอซ ซ่าร์พร้อมเรือรบจำนวนหนึ ่งในการทำศึกปกป้องฝรั่งเศ ส อันเป็นเหตุทำให้ฝรั่งเศส มอบ "ท่าเทียบเรือมาร์ซีเลีย" ให้ออตโตมันเพื่อใช้เป็นโล่ กำบังให้แก่ฝรั่งเศสนานถึง 5ปี
ด้วยเกียรติคุณและยุทธวิธี ในการทำศึกกลางทะเลบาร์บ อซซ่าร์ ได้กลายมาเป็นตำนานที่เขย ่าขวัญรอบชายฝั่งสเปนและฝ รั่งเศส คือผู้ที่ปกป้องแผ่นดินของ คนมุสลิมอย่างห่วงแหนจนกระ ทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้าย หลุดออกจากร่างเมื่อปี ฮศ.953
ปิดตำนานซูเปอร์ฮีโร่ ตำนานที่มีชีวิตจริง ตำนานที่ตะวันตกเรียกเขาว่ าโจรสลัด!?
หากแม้นจะถูกขนานนามว่าเป็ นโจรสลัดแต่เขาก็คือโจรสล ัดที่ปกป้องประเทศของตัวเ องไม่ได้ไปรุกล้ำประเทศขอ งใคร !!!
อ้างอิง:من لم يعرف التاريخ لا يستطيع صناعةالمستقبل
ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้
ชื่อจริงของเขาคือ "คูฏ้อร อิบน์ ยะกูบ" แต่ถูกขนานนามโดยราชวงศ์อ
เขาคือสุดยอดกัปตันเรืออีกค
ทั้งชีวิตของเขาอุทิศตนเพ
นอกจากนี้เขายังเป็นกัปตัน
ครั้นที่สเปนนำกำลังทหารเพ
ด้วยเกียรติคุณและยุทธวิธี
ปิดตำนานซูเปอร์ฮีโร่ ตำนานที่มีชีวิตจริง ตำนานที่ตะวันตกเรียกเขาว่
หากแม้นจะถูกขนานนามว่าเป็
อ้างอิง:من لم يعرف التاريخ لا يستطيع صناعةالمستقبل
![]() |
| รูปจากgoogle |
อาบูอัยยูบ อัลอันศอรีย์
ในช่วงที่ปิดล้อมกรุงคอนส แตนติโนเปิล ก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ"อาบู อัยยูบ อัลอันศอรีย์"ได้สั่งเสียแ ก่ทหารมุสลิมให้ฝังร่างของ ท่านใกล้กำแพงเมือง
และเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง เหล่าทหารได้แบกร่างอันมีเ กียรติของท่านด้วยโล่แล้วน ำไปฝั่งใกล้กับบริเวณกำแพง ในพิกัดที่พวกเขาสามารถกระ ทำได้
จักรพรรดิโรมันรับรู้เรื ่องนี้ดี จึงกล่าวออกมาว่า.....
"เราจะอนุญาตให้พวกท่านฝัง ร่างสหายของศาสดาของพวกท่านบนแผ่นดินของเรา และเมื่อพวกท่านจากไปแล้วเร าจะทำการขุดหลุมฝังศพและน ำร่างนั้นไปให้หมาของเรากิน "
เมื่อได้ยินเช่นนั้น "คอลีฟะยะซีด" จึงได้กล่าวตอบโต้ว่า.... .
"ขอสาบานด้วยพระนามของอัล ลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ หากแม้นว่ามือของฉันสามารถ ยื่นไปถึงหลุมฝังศพแล้วไ ซร้ แน่แท้ฉันจะไม่ละเว้นชาวคริ สเตียนแม้เพียงคนเดียวได ้อาศัยในประเทศมุสลิม และจะไม่มีโบสถ์แห่งหนใด ที่จะปลอดภัยเว้นแต่ฉันจะ ทำลายมันให้สิ้นซาก!!!"
เหล่าประชาราษฎร์ได้ร่วมกั นเป็นสักขีพยานว่าท่านคอลี ฟะและเหล่าทหารหาญได้ให้กา รคุ้มครองหลุมฝั่งศพของส าวกท่านนบีอย่างปลอดภัยนั บแต่วันนั้นเป็นต้นมา.(ال عقد الفريد)
แน่นอนคำพูดของคอลีฟะยะซี ด เป็นเพียงแค่คำขู่ของกษัต ริย์ที่ใช้กับกษัตริย์ด้ว ยกันเองเท่านั้น เพราะในประวัติศาสตร์ได้จา รึกแล้วว่าในนามของกฏหมาย อิสลามไม่ว่าศาสนาใดที่อย ู่ภายใต้การปกครองของกษัต ริย์มุสลิมพวกเขาจะไม่ได้ร ับแค่สิทธิในการเป็นพลเมือ งของประเทศเท่านั้นหากแต่ พวกเขาจะได้รับความอิสระใน การนับถือศาสนาของตนและกา รปกป้องคุ้มครองตามกระบวน การยุติธรรมของกฏหมายอิสล ามในฐานะ"อะฮลูซิมมีย์" หรือผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมแต่ อยู่ภายใต้การปกครองของมุ สลิมนั่นเอง
#ครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่อิสลามเคยยิ่ง ใหญ่
#ยุคทองของอิสลาม
และเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง
จักรพรรดิโรมันรับรู้เรื
"เราจะอนุญาตให้พวกท่านฝัง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น "คอลีฟะยะซีด" จึงได้กล่าวตอบโต้ว่า....
"ขอสาบานด้วยพระนามของอัล
เหล่าประชาราษฎร์ได้ร่วมกั
แน่นอนคำพูดของคอลีฟะยะซี
#ครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่อิสลามเคยยิ่ง
#ยุคทองของอิสลาม
![]() |
| รูปจากgoogle |
รู้หรือไหม?! ซัยด์อิบน์ซาบิด เข้ารับอิสลามตอนอายุ11ปี
รู้หรือไหม?!
ซัยด์อิบน์ซาบิด
เข้ารับอิสลามตอนอายุ11ปี
ท่านนบีแนะนำให้เรียนภาษาฮ ิบรู
และสามารถเข้าใจได้ในระยะ เวลาเพียง15วัน
อีกทั้งเรียนภาษาซีรีแอก( ภาษาของชาวคริสต์)
ในระยะเวลาเพียงแค่17วัน เท่านั้น
ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตอน ที่เขาอายุแค่13ปี
ครั้นในรัชสมัยของคอลีฟะอ าบูบักร
เขาถูกแต่งตั้งให้เป็นหัว หน้า
ในภารกิจรวบรวม
แผ่นจารึกกุรอ่าน
และประสบความสำเร็จ
เมื่อตอนอายุแค่23ปี !!!
จะด้วยอายุเท่าไหร่
จะด้วยวิธีไหน
จะด้วยอาชีพอะไร
(ที่ไม่ใช่วิธีการและอาชี พที่ฮะรอมน่ะ)
เราก็สามารถรับใช้ศาสนาได ้ทุกเมื่อ
โดยในบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้ องขี่ม้า ถือดาบ ทำเท่ห์
เพราะเราก็เท่ห์ได้ในแบบขอ งเราได้เหมือนกัน
اللهم صل وسلم على نبينا محمد وعلى آله وصحبه ومن تبعهم بإحسان إلى يوم الدين
ซัยด์อิบน์ซาบิด
เข้ารับอิสลามตอนอายุ11ปี
ท่านนบีแนะนำให้เรียนภาษาฮ
และสามารถเข้าใจได้ในระยะ
อีกทั้งเรียนภาษาซีรีแอก(
ในระยะเวลาเพียงแค่17วัน
ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตอน
ครั้นในรัชสมัยของคอลีฟะอ
เขาถูกแต่งตั้งให้เป็นหัว
ในภารกิจรวบรวม
แผ่นจารึกกุรอ่าน
และประสบความสำเร็จ
เมื่อตอนอายุแค่23ปี !!!
จะด้วยอายุเท่าไหร่
จะด้วยวิธีไหน
จะด้วยอาชีพอะไร
(ที่ไม่ใช่วิธีการและอาชี
เราก็สามารถรับใช้ศาสนาได
โดยในบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้
เพราะเราก็เท่ห์ได้ในแบบขอ
اللهم صل وسلم على نبينا محمد وعلى آله وصحبه ومن تبعهم بإحسان إلى يوم الدين
ทำไมสุนัขในซูเราะอัล-กะหฟี ถึงเหยียดขาทั้งสองของมันในขณะที่ชาวถ้ำถูกทำพลิกไปพลิกมาเป็นระยะๆ?
ทำไมสุนัขในซูเราะอัล-กะห ฟี ถึงเหยียดขาทั้งสองของมันใน ขณะที่ชาวถ้ำถูกทำพลิกไปพล ิกมาเป็นระยะๆ?
ซูเราะอัลกะหฟีคือซูเราะที ่ใครหลายๆคนคุ้นเคยกันดีเพ ราะต้องอ่านทุกๆวันศุกร์ เราอาจเคยอ่านมาแล้วหลายรอบ แต่เคยตั้งคำถามสักครั้งไ หมว่า "ทำไมสุนัขถึงไม่ถูกทำให้พล ิกไปพลิกมาเหมือนชาวถ้ำล่ะ ? ทำไมกุรอ่านถึงบอกแค่ว่ามัน เหยียดขาตรงเท่านั้นเอง?!"
แพทย์ชาวเยอรมันได้เล่าเก ี่ยวกับเรื่องนี้ว่า....
((ในขณะที่ผมอยู่ที่สนามบินได้พบ กับชายคนหนึ่งเขามอบกรุอ่ านฉบับแปลให้กับผม ผมขอบคุณเขาแล้วนำมาใส่ไว้ ในกระเป๋าเสื้อ อันที่จริงผมอยากทิ้งมันลง ถังขยะด้วยซ้ำแต่เอาเถอะเ พื่อมารยาททางสังคมผมเลยข อบคุณเขาไปก่อน จากนั้นค่อยเอาไปทิ้งถังขยะ แต่แล้วเมื่อถึงเวลาเดินทาง เครื่องบินออกจากสนามบิน ด้วยระยะเวลานานของการเดินท างทำให้ผมรู้สึกเบื่อขึ้ นมา พลันนึกขึ้นมาได้ว่าผมล ืมอะไรบางอย่างไว้ในกระเป๋ าเสื้อจึงหยิบมันขึ้นมาดู เพื่อแก้เซ็ง ผมพลิกกระดาษไปมาแล้วบังเอ ิญหยุดอยู่ที่ซูเราะอัลกะ หฟี ผมติดใจ2อายัตที่กล่าวว่า
"และเจ้าจะเห็นดวงอาทิตย์ เมื่อมันขึ้นมันจะคล้อยจา กถ้ำของพวกเขาไปทางขวา เเละเมื่อมันตกมันเบนออกไปท างซ้าย โดยที่พวกเขาอยู่ในที่โล่งก ว้างของมัน นั่นคือส่วนหนึ่งจากสัญญาณ ทั้งหลายของอัลลอฮฺ ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงแนะทางที ่ถูกต้องแก่เขา เขาก็คือผู้ที่อยู่ในทางท ี่ถูกต้องและผู้ใดที่พระองค ์ทรงให้เขาหลง เขาจะไม่พบผู้ช่วยเหลือผู้ช ี้ทางแก่เขาเลย(17)และเจ้าค ิดว่าพวกเขาตื่นทั้งๆที่พวก เขาหลับและเราได้พลิกพวกเขา ไปทางขวาและทางซ้ายและสุนัข ของพวกเขาเหยียดขาทั้งหน้า ทั้งสองของมันไปทางปากถ้ำ หากเจ้ามองพวกเขาแน่นอนเจ้า จะหันหลังเตลิดหนีจากพวกเข า และเจ้าจะเต็มไปด้วยความตกใ จเพราะพวกเขา(18)อัลกะฟี"
เป็นที่รู้กันว่าร่างกายของ มนุษย์หากไม่มีการเคลื่อนไห วจะก่อให้เกิดการสูญเสียส มรรถภาพการทำงานของระบบภาย ในร่ายกายดังนั้นแล้วพวกเขา จึงถูกทำให้พลิกไปขวาทีซ้าย ทีเป็นระยะ และสิ่งที่ทำให้ผมทึ่งไปอี กเมื่ออ่านอายัตทีว่าดวงอาท ิตย์สาดแสงเข้ามาหาพวกเขาท ุกวันแต่ไม่ได้ถูกตัวพวกเขา โดยตรงเพราะหากแสงอาทิตย์ส ่องถึงตัวพวกเขาโดยตรงแล้ว ล่ะก็จะทำให้เกิดแผลหรือทำอ ันตรายต่อผิวของพวกเขาได้แ ละการสาดแสงเข้ามานั้นเพื่อ ให้บรรยากาศภายในสามารถถ่ ายเทอากาศได้อย่างสมดุล และไม่ทำอันตรายหรือเกิดกา รเน่าเหม็นต่อสิ่งมีชีวิต ภายในถ้ำได้
แต่สิ่งที่ทำให้ผมตะลึงหนั กไปกว่านั้นคือทำไมสุนัขถึ งเหยียดขาทั้งสองของมัน โดยไม่ต้องขยับเลยเป็นเวลา ถึง300กว่าปี?!!! สิ่งนี้แหล่ะคือแรงจูงใจท ี่ทำให้ผมกลับไปศึกษาศาสตร ์สรีรวิทยาของสุนัขในเวล าต่อมา
แล้วผมก็พบว่าภายในร่างกาย ของสุนัขนั้นมีต่อมที่ช่ว ยยับยั้งการเกิดแผลหรือการ เน่าเหม็นที่ผิวหนังได้ดี มากกว่ามนุษย์ตราบใดที่มั นยังมีลมหายใจอยู่ !!!
ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้อ งพลิกไปพลิกมาเหมือนชาวถ้ำ เจ้านายของมันนั้นเอง "
ท้ายที่สุดนายแพทย์คนนี้ก ็เข้ารับอิสลามด้วยการอ่าน 2อายัตในซูเราะอัลกะหฟีเท่า นั้น!!!
((كتاب أنزلناه إليك مبارك ليدبروا آياته وليتذكر أولوا الألباب))
" คำภีร์(อัลกุรอาน)เราได้ป ระทานลงมาให้แก่เจ้าซึ่งม ีความจำเริญ เพื่อพวกเขาจะได้พินิจพิจ ารณาอายาตต่างๆของอัลกุรอา นและเพื่อปวงผู้มีสติปั ญญาจะได้ใคร่ครวญ"
อ้างอิง:من لا يعرف التاريخ لا يستطيع صناعة المستقبل
❤️❤️❤️جمعة مباركة عليكم ❤️❤️❤️
ซูเราะอัลกะหฟีคือซูเราะที
แพทย์ชาวเยอรมันได้เล่าเก
((ในขณะที่ผมอยู่ที่สนามบินได้พบ
"และเจ้าจะเห็นดวงอาทิตย์ เมื่อมันขึ้นมันจะคล้อยจา
เป็นที่รู้กันว่าร่างกายของ
แต่สิ่งที่ทำให้ผมตะลึงหนั
แล้วผมก็พบว่าภายในร่างกาย
ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้อ
ท้ายที่สุดนายแพทย์คนนี้ก
((كتاب أنزلناه إليك مبارك ليدبروا آياته وليتذكر أولوا الألباب))
" คำภีร์(อัลกุรอาน)เราได้ป
อ้างอิง:من لا يعرف التاريخ لا يستطيع صناعة المستقبل
❤️❤️❤️جمعة مباركة عليكم ❤️❤️❤️
![]() |
| รูปจากgoogle |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
"บาบซูไวละ" หรือประตูแห่งมูตาวาลีย์ คือ1ใน3ประตูเมืองอันเก่าแก่ที่งดงามและมีเสน่ห์ที่สุดในอียิปต์ ทียังคงหลงเหลืออยู่ให้ได...
-
โจรกรรมหินดำแห่งวิหารกะบะฮ ฺ หลังจากที่นักบูรพาคดี ได้ล่วงรู้ ว่า ท่านนบีมูฮัมหมัด(صلى الله عليه وسلم) เคยกล่าวแก่มุสลิมว่า แท้จริงแล้วหินดำ...
-
อัลบากีลานีย์ และการโต้วาทีที่เมามันส์ ที่สุด เป็นเรื่องราวของนักปราชญ์ มุสลิมกับกษัตริย์โรมัน เมื่อครั้งที่กษัตริย์โรมั นได้ร้องขอจ...
-
รูปจากgoogle ผู้ค้นพบอเมริกาที่แท้จริง อะหมัด มุฮยีดีน บีรีย์ หรือที่รู้จักกันในนาน บีรีย์ รออีส ถือกำเนิดระหว่างปี ค.ศ1465 -1470...





