วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

โจรกรรมหินดำแห่งวิหารกะบะฮฺ

โจรกรรมหินดำแห่งวิหารกะบะฮ

หลังจากที่นักบูรพาคดี ได้ล่วงรู้ ว่า ท่านนบีมูฮัมหมัด(صلى الله عليه وسلم) เคยกล่าวแก่มุสลิมว่า แท้จริงแล้วหินดำ คือหินที่มาจากสวรรค์ ดั่งในฮะดิษ ที่มีความน่าเชื่อถือ รายงานโดยอัตตัรมีซี ที่รายงาน จากอับดุลเลาะห์ อิบน์ อับบาส (رضي الله عنهما​)
" ฮะญัร อัศวัต (หินดำ) ถูก ส่งลงมาจากสวรรค์ มันเป็นหินสีขาวบริสุทธิ์ ยิ่งกว่าน้ำนม แต่ เพราะความผิดบาปของลูกหลานอาดัม มันจึงกลายเป็นสีดำสนิท".....

นักบูรพาคดี จึงใช้ คำกล่าวนี้ในการโจมตีอิสลามและชาวมุสลิม โดยการตั้งข้อสันนิษฐานว่า " หินดำแห่งกะบะฮฺ เป็นเพียงแค่หินธรรมดาก้อนหนึ่ง ที่ถูกอุปโลกโดยมูฮัมหมัด "

จึงส่งสายลับชาวอังกฤษซึ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในการโจรกรรม เศษชิ้นส่วนจากหินดำ เพื่อเป็นสิ่งยืนยัน แก่ชาวอาหรับและมุสลิมว่า สิ่งที่มูฮัมหมัดกล่าวเกี่ยวกับหินดำนั้นมัน เป็นเรื่องที่งมงายสิ้นดี

สายลับผู้นี้ได้ทำการศึกษาภาษาอาหรับ เป็นเวลา7 ปี ก่อนการโจรกรรม เขาได้เดินทางสู่โมรอคโค เพื่อเรียนสำเนียงภาษาอาหรับโมรอคโค จากนั้นเดินทางสู่อียิปต์ ์ในฐานะผู้แสวงบุญจากโมรอคโค ซึ่งสมัยนั้นอยู่ช่วงศตวรรษที่ 19

เขาเดินทางโดยใช้เรือพร้อมผู้แสวงบุญ คนอื่นๆ ข้ามทะเลแดง มุ่งหน้าสู่ ดินแดนอัล-ฮะรอมัยน์ (มักกะฮฺและมาดีนะห์) ในขณะที่อยู่บนเรือ ผู้แสวงบุญ ชาวอียิปต์ได้ ให้การช่วยเหลือ ยกของยกกระเป๋า และนำอาหารที่ดีๆ ให้แก่เขา เขายอมรับและ ประทับใจมากกับการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ของชาวมุสลิมต่อเขา

จากนั้นความประทับใจครั้งที่ 2 ก็ เกิดขึ้น เมื่อได้เข้าไปในมัสยิดนบี และความประทับใจ ครั้งที่3 ก็ตาม มาติดๆ ซึ่งเป็นความประทับใจ ที่ลึกซึ้งมากๆ เมื่อเขาได้เห็น "วิหารกะบะฮฺ" เพื่อให้บรรลุเป้าหมายแล้ว เขาจึงต้องพยายามข่มความรู้สึกเหล่านั้น เอาไว้

อย่างที่รู้ วิหารกะบะฮฺ อยู่ในบริเวณที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่ำ ผู้ที่มาเยือน จะสามารถมองเห็นวิหารกะบะฮฺได้ แม้จะอยู่ในระยะไกล เมื่อหลายร้อยปีก่อน หินดำ เคยถูกโจรกรรมมาแล้วโดย "กลุ่มชีอะห์ กอรอมีเตาะ" ได้ทำการย้าย หินดำจากมักกะฮฺ สู่เมืองอะฮฺสาอฺ เป็นสาเหตุทำให้หินดำแตกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งหมด 14 ชิ้น แต่สุดท้าย ก็ถูกนำมาไว้ในกะบะฮฺอย่างเดิมหลังจากที่สามารถปราบปรามพวกชีอะห์เหล่านั้นได้สำเร็จในเวลาต่อมา

กลับมาที่สายลับ ......
เนื่องจากในสมัยนั้นระบบนิรภัยยังไม่เข้มงวดเหมือนในปัจจุบัน เขาอาศัยช่วงที่ รปภ เผลอและฉวยโอกาสขโมยชิ้นส่วนหินดำได้สำเร็จ แล้วนำมันไปที่กงศุลอังกฤษ ณ เมืองเจตดาห์ สถานทูตอังกฤษได้ทำการเฉลิมฉลอง และยกย่องสรรเสริญเขาใน ฐานะผู้เปิดเผยความจริงเรื่องหินดำ ที่ถูกอุปโลกโดยมูฮัมหมัด

ภารกิจเสร็จสิ้น เขาจึงกลับไป ยังอังกฤษพร้อมเศษหินดำ และนำไปเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์ลอนดอน เพื่อทำการทดลองและศึกษาหาข้อเท็จจริง ไม่นานผลการทดลองก็ออกมา ....... ปรากฏว่าหินดำที่ถูกขโมยมานั้น คือชิ้นส่วนของ "อุ ก ก า บ า ต " !!!

สายลับชาวอังกฤษคนนั้นได้ เข้ารับอิสลาม ในทันทีที่ความจริงปรากฎ ความพยายามของเขาที่จะ ทำลายความศรัทธาในมูฮัมหมัด กลับทำให้เขากลายเป็นผู้ที่มีศรัทธาไปซะเอง มันเป็นความศรัทธาที่ประจักษ์แก่ สายตาและการทดลองด้วยตัวของเขาเอง

ต่อมาเขาได้เขียนหนังสือ เล่ม หนึ่งใช้ชื่อว่า "การเดินทางสู่เมืองมักกะฮฺ" เขาได้เล่าประสบการณ์ ไว้ในหนังสือ เล่มนี้ ที่ประกอบไปด้วย 2 ส่วน
ส่วนที่1คือ... "การปองร้ายของฉันที่มีต่ออิสลามและมุสลิม"
และส่วนที่2 คือ....
"การภักดีและการยอมจำนนของฉันต่ออัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว"

*********
เล่าโดย: د. زغلول النجار
อ้างอิง : قصة إسلام
แปล: Al-qalam Cairo


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
รูปจากgoogle

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"บาบซูไวละ" หรือประตูแห่งมูตาวาลีย์ คือ​1ใน​3ประตู​เมืองอันเก่าแก่ที่งดงาม​และมีเสน่ห์​ที่สุดในอียิปต์​ ทียังคงหลงเหลือ​อยู่ให้ได...