วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

"อัล​-ฮัจญ์​" ใน​ตำนาน​ของ​ชาว​อาหรับ


"อัล​-ฮัจญ์​"
ใน​ตำนาน​ของ​ชาว​อาหรับ

พิธี​ฮัจญ์​และอุมเราะ​ห์​ คือหนึ่งใน​ศาสนกิจ​ที่นบีอิบรอฮีมและชาวอาหรับ​ปฏิบัติ​สืบทอด​กันมาอย่างยาวนาน​ โดยพิธี​การนี้​ก่อกำเนิด​ขึ้น​มาเพื่อการเคารพ​สักการะ​ต่ออัลลอฮฺแต่เพียง​ผู้เดียว​ แต่หลังจาก​ที่นบี​อิบรอฮีมเสีย​ชีวิต​ลง ชาวอาหรับ​ก็ย่างกราย​เข้า​สู่​ความ​ตกต่ำ​ทางความคิด​ มีการประดิษฐ์​เทวรูป​ขึ้นเพื่ิอสักการะ​บูชา​สิ่งศักดิ์สิทธิ์​ที่สถิต​อยู่​ในร่างทรงร่วมกับการเคารพ​สักการะ​ในอัลลอฮฺ​ เทวรูป​ของแต่ละชนเผ่าถูกนำมาวางไว้รอบวิหารกะบะห์รวมทั้ง​บนเขาศอฟฟาและมัรวาฮฺ จึง​ทำให้​พิธี​ฮัจญ์​ผิดแปลก​ไปจาก​เดิม

ตามธรรมเนียม​แล้ว​ชาวอาหรับ​ที่เดินทาง​มาจากแดนไกล​ ไม่สามารถ​ตอวาฟด้วย​เสื้อผ้า​ที่สวมอยู่​เพราะ​จะถือว่า​ไม่สะอาดและเป็นการไม่ให้เกียรติ​ต่อ​สถาน​ที​ จึงต้องทำการ​เปลี่ยน​เสื้อผ้า​ก่อน​ โดยจะมีคนนำเสื้อผ้ามาแจกจ่าย​ให้แก่ผู้​แสวงบุญ​แต่ในบางราย​งานกล่าวว่าผู้แสวงบุญ​จะยืนอยู่ที่ประตู​วิหาร​และตะโกนถามชาวเมือง​ในทำนองที่ว่า​ "มีเสื้ิอผ้าให้ข้ายืมก่อนไหม?" ตะโกนถาม​2-3 ครั้ง​ หากไม่มีเขาจะต้องปลดเสื้อผ้าของตัวเองออกทุกชิ้นส่วน​ และทำการ​ตอวาฟในสภาพ​ที่เปลือยกาย​ ไม่เว้นแม้กระทั่ง​สตรีเพศ​ก็ต้อง​ปฏิบัติ​อย่างเดียวกัน​ จึงจะสามารถตอวาฟได้​ เมื่อเวียนรอบวิหารได้7ครั้งก็ออกจาก​ประตู​เดิม​ จัดการสวมเสื้อ​ผ้า​ และไม่ต้องตอวาฟแบบเปลือย​อีกต่อไป​ ธรรมเนียม​แบบนี้ใช้เฉพาะคนนอกพื้นที่​แต่ สำหรับ​ชาวกุร้อยช์ เผ่าคุซาอะห์และเผ่ากีนานะห์​ จะถูกยกเว้น​โดยพวกเขาสามารถตอวาฟได้ทุกครั้ง​ในสภาพที่สวมอาภรณ์

"อัล-ตัลบียะ" หรือคำสรรเสริญ​ในขณะที่​ทำการตอวาฟ​ จะมีความ​แตกต่างกันออกไป​ โดยแต่ละเผ่าจะมีคำกล่าวที่ไม่เหมือนกันแต่ส่วนมากแล้วจะแสดงถึงความ​ศรัทธา​ใน​อัลลอฮฺและเทวรูป​ต่างๆอย่างแรงกล้า​ เช่นชาวอาหรับ​ที่มาจากทางใต้มักนำทาสผิวดำ2คนนำขบวน​ โดยทาสทั้ง2จะกล่าว
" نحن غرابا عك عك"
พวกเราคืออีกาแห่งอัก(ชื่ิอบรรพบุรุษ)
แล้วคนในเผ่าก็จะกล่าวพร้อมกันว่า...
"عك إليك عانية"
เฉพาะพระองค์​เท่านั้นที่พวกเราจะยอมสิโรราบ
"عبادك اليمانية"
บ่าวของพระองค์​ที่มาจากเยเมน(ชาวอาหรับที่มาจากภาคใต้)
"كيما نحج الثانية"
พวกเราได้กลับมาทำฮัจญ์​อีกครั้ง

กล่าวซ้ำไปซ้ำมา​จนกว่าจะเวียน​วิหารครบ​7 รอบ​ หลังจาก​พิธีฮัจย์​เสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว​ก็ถึงวันเชือดพลี​ โดยส่วนใหญ่​จะใช้สัตว์​เป็น​เครื่อง​สังเวย​แต่บางเผ่า​ อณุญาต​ให้ใช้ทาสเพื่อการสังเวย เลือดที่ไหลออกมา​จะนำไปฉาบไว้ที่ผนังวิหารกะบะ​ห์​ เป็น​อันเสร็จ​สิ้นพิธีกรรม​ฮัจญ์

แต่เมืออิสลาม​ถือกำเนิดขึ้นมา​ คำสอน​แห่งอัลกุรอ่านได้แพร่สะบัด​ทั่วคาบสมุทร​อาหรับ​ อาบูบักรซึ่งเป็นตัวแทน​ของท่านนบีมูฮำหมัด​ ในการนำชาวมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจย์​(ก่อนฮัจญ์​วีดาอ)​ ภายใต้​คำสั่งของท่านนบีได้ทำให้ธรรมเนียม​บางประการเป็นที่อณุมัติแต่บางประการ​ก็ถูก​ยกเลิก​ไปเช่น​ การตอวาฟในสภาพ​เปลือย​กาย​ การใช้มนุษย์​ในการเชืิอดพลี​ อัล-ตัลบียะ​ห์ไม่มีความหมาย​ที่ส่อไปในการตั้งภาคี​ต่ออัลลอฮฺ​ หลังจากนั้นเจว็ดทั้งหลายก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น​ ความงมงายก็มลายหายไปจากคาบสมุทร​อาหรับ​ นับตั้งแต่​บัดนั้นเป็นต้นม
لبيك اللهم لبيك
لبيك لا شريك لك لبيك
إن الحمد والنعمة
لك والملك لا شريك لك لبيك

"โอ้อัลลอฮฺ​ข้าพระองค์​ได้ตอบสนองคำเรียงร้องของพระองค์
ข้าพระองค์​ได้ตอบสนองคำเรียกร้อง​ของพระองค์​ ด้วยการไม่ตั้งสิ่งใดมา​เป็น​ภาคีต่อพระองค์
แท้จริง​การสรรเสริญ​ ความโปรด​ปราน​และอำนาจ​เป็น​ของพระองค์
ไม่มีการตั้งสิ่งใดมาเป็นภาคีต่อพระองค์"

والله أعلى وأعلم


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
รูปจากgoogle

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น