▼
ตำนาน ซอมบี้
ตำนาน ซอมบี้
ถ้าพูดถึงซอมบี้ หลายๆคนก็จะนึกภาพศพเดินได้ หรือผีดิบที่กำลังกัดกินเนื้อสดเป็นอาหาร เลือดสีแดงสดไหลเป็นทางออกจากปากพร้อมเสียงหวีดร้องอย่างเจ็บปวดของเหยื่อที่ถูกแยกร่าง
ภาพที่น่าสยดสยองนี้ถูกฉายสู่สาธารณชนครั้งแรกในปี ค.ศ. 1968 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากค่ายหนังดังอย่างฮอลลีวู้ด ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ก่อนอื่นเรามาตั้งคำถามไปพร้อมกันว่า ซอมบี้คือใคร ? มีจริงรึไม่ ? เป็นผีดิบหรือเป็นแค่ ฆาตกรโรคจิต????
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ก่อนการกำเนิดมนุษย์กลายพันธุ์ หรือ ซอมบี้ ในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงล่าอาณานิคมในทวีปอเมริกาของประเทศมหาอำนาจตะวันตกที่เรารู้จักกันดี อย่าง ฝรั่งเศส อังกฤษ สเปนและโปรตุเกส
โดยทวีปอเมริกาถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คืออเมริกาใต้ และอเมริกาเหนือ อเมริกาเหนือถูกยึดครองโดยอังกฤษและฝรั่งเศส ส่วนอเมริกาใต้ถูกยึดครองโดยสเปนและโปรตุเกส
โปรตุเกสได้ครองบราซิลและส่วนที่เหลือตกเป็นของสเปน ยุคล่าอาณานิคมคือยุคทองสำหรับตะวันตก สามารถกอบโกยทรัพยากร แร่ธาตุ ทองคำอันมหาศาลสู่ดินแดนคนผิวขาวหรือยุโรป
แต่หารู้ไม่ว่าก่อนที่มาถึงจุดนั้นประเทศที่ถูกล่า เขาเป็นอย่างไรบ้างกี่ล้านชีวิตที่ต้องสิ้นใจลง กี่ล้านหยดเลือดที่ต้องหนองแผ่นดิน จนบางครั้งแยกไม่ออกเลยว่านี้คือ แม่น้ำหรือทะเลเลือด
ความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ช่วงสถานการณ์แบบนี้โปรตุเกสขาดแขลนแรงงาน เพื่อทำการเกษตรและเคลื่อนย้ายของมีค่าเช่นพีรามิดทองคำในบราซิลสู่โปรตุเกส จึงต้องใช้กำลังคนอย่างมหาศาล
ในการนี้โปรตุเกสเริ่มทำการปล้นสะดมชาวเมืองทางทิศตะวันตกของแอฟรีกา สงครามการต่อสู้จึงเกิดขึ้น และฝ่ายชนะก็ตกเป็นของโปรตุเกสด้วย อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยกว่า ชาวบ้านถูกจับเป็นทาสและถูกส่งไปกับเรือ สู่ดินแดนโพ้นทะเล ที่รู้จักกันในนามประเทศบราซิล
การขนทาสผิวดำสู่บราซิลครั้งแรกในปี ค.ศ. 1538 จำนวน 14000 คน และภายในเวลาไม่ถึง 40 ปีก็สามารถรวบรวมทาสและชาวพื้นเมืองบราซิลได้ถึง 57000 คน ในปีต่อมาโปรตุเกสรวมทาสแอฟรีกาจากแองโกลาจำนวนทั้งสิ้น 642000 คน ถือเป็นสถิติการรวมทาสที่มากที่สุดในประวัติกาล
หลักฐานทางประวัติศาสตร์บราซิลที่น่าเชื่อถือได้บันทึกไว้ว่า ทาสแอฟรีกาที่เข้ามาเป็นมุสลิม พวกเขาพาวัฒนธรรมของพวกเขามาด้วย พวกเขาสามารถอ่านกรุอ่านที่เป็นภาษาอาหรับ พวกเขาต่อต้านการเป็นทาสโดยสิ้นเชิง
ในปี ค.ศ.1605 การประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิครั้งสำคัญในประวัตศาสตร์บราซิลบังเกิดขึ้นนำโดยจินจี้ ซูมบ่า เขาสามารถรวบรวมกองกำลังที่ประกอบไปด้วยทาสผิวดำและชาวพื้นเมืองเดิมได้ถึง 30000 คน และสามารถตั้งรัฐปกครองอิสระ ที่เมืองบัลมารีส โดยมีกษัตริย์มุสลิมเป็นผู้ปกครอง
ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายดำเนินมาอย่างยาวนานจนโปรตุเกสต้องยอมอ่อนข้อให้ โดยมีข้อตกลงว่า โปรตุเกสจะร่างกฎหมายการเลิกทาส หากทาสแห่งรัฐมุสลิม ณ เมืองบัลมารีส ยอมอยู่ใต้การปกครองของตน จิ้นจี้ซูมบ่า ยอมรับข้อเสนอโดยดี แต่ทหารหนุ่มที่มีนานมว่า “ซอมบี้” ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว
ในปี ค.ศ.1678 ซอมบี้ สามารถจัดตั้งกองกำลังต่อต้านทหารโปรตุเกส ทั้งสองฝ่ายรบรากันเป็นเวลานาน จนในปี ค.ศ.1694 รัฐอิสลามแห่งเมืองบัลมารีส ก็ถูกโค่นล้มอย่างราบคาบผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากเพียงเพื่อรักษาแผ่นดิน เกียตริยศและศักย์ศรีการเป็นมนุษย์
ในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1968 แม่ทัพซอมบี้และพรรคพวกก็ถูกจับและถูกสังหารอย่างทารุน
***ตำนานซอมบี้ก็จบลง เพื่อสนองความเกลียดชังแก่ทหารหนุ่มที่ปกป้องแผ่นดินและศักดิศรี ตะวันตกจึงสร้างภาพที่น่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับซอมบี้ไว้ในจิตใจชาวโลก อีกทั้งปกปิดประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของซอมบี้ แต่กลับเผยแพร่ภาพลักษณ์อันโหดเหี้ยมไว้ให้คนรุ่นหลังได้สยดสยองกันต่อๆไป และความจริงคือสิ่งไม่ตาย นี้คือส่วนหนึ่งของความจริงที่ถูกบิดเบือนโดยตะวันตก แล้วอีกหลายส่วนที่เหลือล่ะ ???
ประวัติสาสตร์มุสลิมที่เราไม่เคยรู้เลยมาก่อน แต่ตะวันตกศึกษาและเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้ง และเราก็เชื่อตามที่เขาเขียน ความตกต่ำในทุกด้านที่เราประสบตอนนี้ไม่ใช่เพราะพวกเขาที่แข็งแรงกว่าแต่เป็นเราเองที่อ่อนแอ !!!
อ้างอิง :100 عظماء
บางส่วนจากอินเตอร์เนต
แปลและเรียบเรียงโดย : AL-QALAM CAIRO
 |
| รูปภาพจาก google |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น