(ย้ายไปยัง ...)
หน้าแรก
▼
แอนสัน ธอร์เมอดา (Anselm turmeda) ผู้เผยพระวัจนะแห่งไบเบิล
แอนสัน ธอร์เมอดา (Anselm turmeda) ผู้เผยพระวัจนะแห่งไบเบิล ปีคศ.1355 เด็กน้อยธอร์เมอดาได้ถือกำ เนิดขึ้นบนเกาะมาจอร์กาซึ่ง เป็นเมืองท่าเทียบเรือที่ สำคัญของสเปน เรือเล็กเรือใหญ่มักแวะเวี ยนมาบนเกาะแห่งนี้เป็นปร ะจำ เขาเติบโตมาในครอบครัวที ่มีเกียรติ เป็นครอบครัวที่ชาวเมือง ต่างให้ความเคารพและเนื่อ งจากเขาเป็นลูกคนเดียว ครอบครัวจึงตั้งใจมอบเขาใ ห้แก่โบสถ์ในการอุทิศตัว เพื่อศาสน าและถวายการช่วยเหลือให้แ ก่บาทหลวงธอร์เมอดาเป็นชายหนุ่มที ่มีความทะเยอทะยานสูง ไม่เพียงแต่ตั้งใจศึกษาไ บเบิลเท่านั้นหากยังมุ่งม ั่นศึกษาวิชาปรัชญาและด าราศาสตร์ ด้วยความรู้ความสามารถเหนื ออายุทำให้เขาได้รับการยอม รับจากประชาชนและนักบวชภาย ในโบสถ์ จนเป็นที่ต้องตาต้องใจแก่ "บาทหลวงนิโคลาย มาร์ติน" เป็นอย่างมาก กระทั่งบาทหลวงไว้วางใจแ ละแต่งตั้งธอร์เมอดาเป็ นผู้ถือกุญแจส่วนพระองค์ โดยธอร์เมอดาสามารถเข้า ออกห้องส่วนพระองค์ห้องไหน ก็ได้ยกเว้นห้องเดียวซึ่งเ ป็นห้องต้องห้ามสำหรับเขาด้วยเกียรติคุณที่มากมายข อง"บาทหลวงนิโคลาย มาติน" จนทำให้กษัตริย์และขุนนาง ต่างให้การยอมรับนับถืออย ่างกว้างขวาง ของบรรณาการมากมายหลั่งไห ลเข้าโบสถ์อย่างไม่ขาดสาย แต่แล้ววันหนึ่งบาทหลวงเ กิดล้มป่วยไม่สามารถไปบรรย ายธรรมหรือสอนพระคำภีร์ไบ เบิลได้ ลูกศิษย์ลูกหาต่างต้องศึกษ ากันเองพวกเขา(นักบวช)ทำการศึกษา และอรรถาธิบายโองการต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วแต่ก็ต้ องหยุดชะงักลงเมื่อถึงพระโ องการที่ว่า.....((แท้จริงแล้วหลังจากฉันจะ มีศาสนทูตคนหนึ่งจะถูกประ ลงมานามว่า"บาร์คลิด"))#โองการของอัลลอฮฺที่กล่าวโ ดยท่านนบีอีซาหรือเยซู นักบวชต่างคนต่างอรรถาธิ บายตามความรู้ความสามารถ และความเข้าใจของตัวเอง พวกเขาโต้เถียงถึงศาสดา "บาร์คลิด"ที่ปรากฏในไบเบิ ลแต่จนแล้วจนรอดก็มิอาจหา ข้อสรุปได้เลย เมื่อตกค่ำต่างคนต่างแยก ย้ายธอร์เมอดาก็เช่นกัน เขากลับไปหาท่านบาทหลวงเพื ่อถวายการช่วยเหลือตามเคย ด้วยความที่เป็นคนที่ใฝ่รู ้เขาจึงไม่ปล่อยให้เรื่อง ที่เกิดขึ้นในวันนี้ค้างคา ใจเป็นอันขาด จึงรวบรวมความกล้าถามบาทหล วงมาร์ตินถึงคำอธิบายพระ โองการดังกล่าว นักบวชจึงกล่าวว่า....."โอ้ลูกเอ๋ย เจ้าต้องสัญญากับพ่อก่อนว่ าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้แก่ใค ร เพราะหากคนอื่นรับรู้ พวกเขาจะต้องจะฆ่าสังหารเจ ้าในทันที......ลูกเอ่ยถ้าบ้านเจ้าอยู่ใกล ้กับบ้านคนมุสลิมเจ้าจะทำร ้ายพวกเขาหรือพวกเขาจะทำร้ ายเจ้าก่อนล่ะ?!ที่พ่อถามเพื่ออยากรู้ว่าเ จ้าเกลียดคนมุสลิมมากแค่ไ หน เพราะศาสดาที่พระเยซูเคยก ล่าวถึงนั้น แท้จริงแล้วคือมูฮำหมัดศา สดาแห่งอิสลาม ชายผู้นี้แหล่ะคือผู้ที่พระ คำภีร์เล่มที่4จะถูกประทา นให้แก่เขาตามคำบอกกล่าวข องศาสดาเดนิล แท้จริงศาสนาของมูฮำหมัดค ือศาสนาแห่งพระเจ้าที่แท้ จริงตามที่ไบเบิลเคยบอกไว้ "" พ่อครับ แล้วศาสนาที่เรานับถือกัน อยู่ตอนนี้มันหมายความว่าอย ่างไร?!"ลูกเอ่ยถ้าชาวคริสเตียนปฏ ิบัติธรรมตามที่พระเยซูเ คยสั่งสอนไว้แน่แท้พวกเขาอย ู่ในศาสนาของพระเจ้าแต่ไ ม่เลยพวกเขาได้ออกนอกเขตแล้ ว เพราะพระเยซูไม่ใช่ใครนอกจ ากเป็นศาสนทูตอีกคนของพระเ จ้าเท่านั้น""แล้วผมต้องทำอย่างไรเพื่อใ ห้รอด""ต้องเข้ารับศาสนาอิสลามแล ้วลูกจะรอดพ้นทั้งโลกนี้แล ะโลกหน้า"" ถ้าพ่อรู้ดีแล้วทำไมพ่อถึงไ ม่เข้ารับอิสลามล่ะ เพราะผู้ที่ฉลาดคือผู้ที่เ ลือกสิ่งดีๆให้แก่ตัวเองไม ่ใช่เรอ"เมื่อถูกถามเช่นนี้นักบวชถึ งกับร้องไห้ออกมา เพราะทั้งชีวิตของท่านได้ศ ึกษาพระคำภีร์จนแตกฉานจน บัดนี้ทั้งอายุและร่างกายข องท่านก็อ่อนแอลงเรื่อยๆต ามกาลเวลาและด้วยหน้าที่กา รงานและศักดิ์ศรีแล้ว ท่านจึงไม่ยอมทำตามในสิ่งที ่ท่านเองรู้ดีแก่ใจมาตลอดก ่อนจบการสนทนานักบวชจึงแนะ นำให้ธอร์เมอดาย้ายไปอาศ ัยในประเทศมุสลิมเพื่อความ ปลอดภัยในชีวิตและหลักควา มเชื่อแอนสัน ธอร์เมอดา เริ่มออกเดินจากสเปนสู่แผ่ นใหม่ที่รู้จักกันในนาม "ประเทศตูนีเซีย" ชาวคริสเตียนต่างรอการมาเย ือนของท่านอย่างล้นเหลือต ่างปิติยินดีในการมาของท่า นเป็นอย่างมากเพราะท่านคือน ักบวชและนักปราชญ์ที่โด่ง ดังอีกคนที่พวกเขานับถือ แต่ความยินดีเปรมปรีด์เหล่ านั้นต้องดับศูนย์ไปเมื่อท ่านได้ประกาศตนเข้ารับศาสน าอิสลามอย่างเป็นทางการใ นเวลาต่อมาชาวคริสต์ต่างโจ มตีเขาว่าเข้ารับอิสลามเพร าะอยากมีเมีย เนื่องจากพระคริสต์คือผู้ ที่อุทิศตนเพื่อศาสนาฉะน ั้นการแต่งงานจึงเป็นเรื่อง ที่ต้องห้ามสำหรับพวกเขาหลังจากเข้ารับอิสลามธอร ์เมอดาได้เปลียนชื่อเป็น "อับดุลลอฮฺ อัลตุรจูมาน" เขาทำการศึกษาภาษาอาหรับ อย่างจิงจังงานเขียนของเขาเป็นงานเขีย นที่ยืนยันถึงข้อเท็จจริง ของศาสดาคนสุดท้ายหรือท่า นนบีมูฮำหมัดโดยยกหลักฐาน ที่มีอยู่ไบเบิลเองอีกทั้ง ยืนยันถึงการดัดแปลงไบเบิล โดยยกหลักฐานพร้อมเทคนิค ทางจิตวิทยาและหลักฐานต่ างๆอย่างสมเหตุสมผลและเป็น ความจริงในหนังสือที่มีชื ่อว่า..... "تحفة الأريب في الرد على أهل الصليب"กระทั่งปัจจุบันหนังสือเ ล่มนี้ก็ยังเป็นแหล่งอ้างอ ิงสำคัญสำหรับนักศึกษาศ าสนาเปรียบเทียบปีคศ.1423 อับดุลลอฮฺ อัลตุรจูมานก็กลับสู่ความเม ตตาของอัลลอฮฺในฐานะผู้ที่ ยึดมั่นในคำสอนของนบีอีซา และนบีคนสุดท้าย اللهم صل وسلم على نبينا وعلى آله وصحبه أجمعين อ้างอิง:من لا يعرف التاريخ لا يستطيع صناعة المستقبل
และอื่นๆ
รูปจากgoogle
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น